"นิด้า"เผย 7 จุดกทม.มีสารก่อมะเร็งเกินมาตรฐาน 2 เท่า
นายศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ นิด้า แถลงผลการศึกษาวิจัยจากการนำข้อมูลตัวอย่างค่าฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ของกรมควบคุมมลพิษ จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้ง 7 สถานี ได้แก่ การเคหะชุมชนคลองจั่น โรงเรียนนนทรีวิทยา โรงเรียนสิงหราชพิทยาคม การไฟฟ้าย่อยธนบุรี สถานีตำรวจนครบาลโชคชัย4 การเคหะชุมชนดินแดง และโรงเรียนบดินทรเดชา ตั้งแต่ปี 2549-2552 มาตรวจวิเคราะห์ความเสี่ยงจากสารก่อมะเร็งจากฝุ่นละอองในอากาศโดยเครื่อง shimadzu gcms qp2010 ultra พบว่า ค่าเฉลี่ยระดับความเข้มข้นของสารก่อมะเร็ง PAHs ในฝุ่น PM10 อยู่ที่ระดับ 554 พิโคกรัม หรือเกินค่ามาตรฐานถึง 2.2 เท่า เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานความปลอดภัยของ UK-EPAQS ที่ควรมีไม่เกิน 250 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
นายศิวัช กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ข้อความร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษในการนำฝุ่นที่ติดอยู่กับกระดาษกรองจากเครื่องตรวจวัดทั้ง 7 จุดมามาคำนวณจากค่าเฉลี่ย 4 ปีในแบบจำลองการจำแนกสัดส่วนแหล่งกำเนิดพบว่ากว่า 80% ของสารก่อมะเร็งในอากาศที่พบในพื้นที่กรุงเทพ มีสาเหตุจากไอเสียของยานพาหนะ โดยจุดที่พบความเข้มข้นของพบสารก่อมะเร็งมากที่สุดคือ การเคหะชุมชนดินแดงมีค่าเฉลี่ยความเข้มข้นอยู่ที่ 990 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือสูงกว่าค่ามาตรฐาน 3.96 เท่า รองลงมาได้แก่ สถานีตำรวจโชคชัย 4 อยู่ที่ 704 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร การไฟฟ้าธนบุรี อยู่ที่ 603 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่ามาตรฐาน 2.8 และ 2.4 ตามลำดับ ขณะที่สภาพอากาศบริเวณโรงเรียนนนทรีวิทยา มีค่าความเข้มข้นของสารก่อมะเร็งเฉลี่ยทั้งปีต่ำสุดที่ 292 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
“จากการนำค่าเฉลี่ยระดับความเข้มข้นสารก่อมะเร็งเปรียบเทียบกับเมืองต่างๆ ในทวีปเอเชีย ยังพบว่า กรุงเทพ จัดอยู่ในอันดับ 13 ของเมืองที่ประชาชนมีความเสี่ยงที่ได้รับสารก่อมะเร็งจากฝุ่นละอองในอากาศเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยพบว่ามีค่าเฉลี่ยของสารก่อมะเร็ง 554 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งค่าเกินมาตรฐาน 2.21 เท่า แต่ในหลายๆประเทศของทวีปเอเชียยังมีหลายประเทศที่มีสารก่อมะเร็งในอากาศสูงกว่าของไทยหลายเท่า เช่น เมืองเป่าจิง และเมืองปักกิ่ง ของประเทศจีน ถือเป็นเมืองที่มีความเสี่ยงได้รับสารก่อมะเร็งในอากาศสูงสุด พบปริมาณสารก่อมะเร็ง 24,600 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งค่าเกินมาตรฐานความปลอดภัยของ UK-EPAQS ถึง 98 เท่า เมืองเดลลี่ ประเทศอินเดีย มีสารก่อมะเร็ง 8,399 พิโคกรัมต่อลูกบาศก์เมตรซึ่งค่าเกินมาตรฐาน 33 เท่า ” นายศิวัช กล่าว
นายศิวัช กล่าวอีกว่านอกจากการวัดความเข้มข้นของสารก่อมะเร็ง นิด้า ยังใช้ซอฟแวร์นิบบร้า ซึ่งร่วมกับบริษัทพาราไซแอนติฟิค จำกัด เป็นผู้พัฒนาขึ้น เพื่อประมวลผลหาค่าความเสี่ยงจากการรับสารก่อมะเร็งโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) โดยถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำซอฟแวร์มาใช้ในการประมวลผลเพื่อหาความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดของแต่ละคน เนื่องจากแต่ละคนมีความเสี่ยงและระยะเวลาการเกิดโรคมะเร็งปอดที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถประเมินความเสี่ยงในระดับบุคคลได้ว่าประชาชนในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงนั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดจากการสูดดมมลพิษในอากาศมากน้อยเพียงใด โดยใช้ข้อมูลด้านเพศ อายุ น้ำหนัก มาคำนวณร่วมกับข้อมูลค่าความเข้มข้นของสารก่อมะเร็งที่พบในอากาศ








