ประธานกรรมาธิการป.ป.ช.สภาฯสั่งรื้อคดี ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง สร้างโรงแรมรุกป่าชายเลนใหม่ หลังจากอัยการจังหวัดชี้ไม่มีคนผิด
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินท์ ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวที่จังหวัดตรังว่า ได้รับการร้องเรียนว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้มีการก่อสร้างโรงแรมนอกเขตพื้นที่มหาวิทยาลัย บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าชายเลน และหลังจากคณะได้ลงในพื้นที่ ได้เห็นสภาพที่แท้จริง ทำให้คณะกรรมาธิการสะท้อนอะไรได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความเสียหาย ที่สถานที่ก่อสร้างถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอนุรักษ์ป่าชายเลนตรวจยึด ทำให้การก่อสร้างต้องยุติ ทั้งที่การก่อสร้างไปแล้วกว่า 90 % ด้วยงบประมาณการก่อสร้าง 125 ล้านบาท แต่จากการที่สร้างมากว่า 3 ปี แล้วปล่อยให้รกสร้าง ถูกแดด ตากฝน ทำให้สภาพเกือบจะใช้ไม่ได้แล้ว ทั้งที่เงินภาษีงบประมาณ ทุกบาททุกสตางค์ ล้วนแต่เป็นภาษีของประชาชน และที่เสียหายมากกว่านั้น ทำให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง เสียโอกาสที่จะศึกษาในรายวิชา การท่องเที่ยวและโรงแรม ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีแผนที่เปิดในภาควิชานี้ด้วย
นอกจากนั้น ประธาน กรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎรยังได้กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างโรงแรม ของมหาวิทยาลัยครั้งนี้ บอกให้รู้ว่า การที่จะทำอะไรก็ตาม ควรที่จะคำนึงถึงความถูกต้องอันสำคัญ เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาลักษณะนี้จะตามมามากมายภายหลัง ผู้บริหารควรจะจำบทเรียนอย่างนี้ให้มาก อย่าได้ถือพวกพ้อง หรือฝืนความถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาจะตามมาในลักษณะนี้ สร้างความเสียหายและองค์กร ที่สำคัญจะมีความผิดติดคุก หรือจดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นหลายๆประการ แต่จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ใครจะมีความผิด ใครต้องรับโทษ แต่ตามที่อัยการบอกว่า คดีนี้ไม่มีใครผิด และไม่ต้องชดใช้ เชื่อว่าไม่เป็นความจริง หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิดจริง เชื่อว่าจะต้องมีคนต้องรับโทษและชดใช้อย่างแน่นอน โดยหลังจากนี้ไปจะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคน ไปให้การที่สภาผู้แทนราษฎรต่อ โดยทางกรรมาธิการจะรับฟังและให้ความเป็นธรรมกับทุกๆฝ่าย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้พูดความจริงและแสดงหลักฐาน
อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้ลงพื้นที่เอง ได้เห็นหลายอย่าง ทราบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ถือว่ามีประโยชน์ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเป็นอย่างมาก หลายๆเรื่องที่กรรมาธิการฟังที่สภา เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน จึงได้ย้ำผู้รับผิดชอบไปแล้ว ที่ผ่านมายอมรับว่าเสียหายมาก โดยเฉพาะพนักงานสอบสวนคดีนี้ ดูแล้วหย่อนยานมาก ทั้งที่เป็นต้นทางของความยุติธรรม ทำให้อัยการไม่สามารถรับข้อมูลได้ครบถ้วน เป็นสาเหตุที่อัยการสั่งไม่ฟ้องครั้งแรก เป็นเรื่องที่แปลกมากแต่ครั้งนี้ได้ย้ำให้ผกก.สิเกา เจ้าของพื้นที่ และนายอำเภอสิเกาไปแล้ว ว่าจะต้องทำเรื่องจริงให้ปรากฏ เรื่องนี้จะต้องมีคนผิด และต้องมีคนรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ที่สร้างความเสียหายแก่รัฐ เพราะข้อมูลที่ได้จากพนักงานสอบสวน ฟังแล้วเพี้ยนไปหมด ตนได้เน้นย้ำไปแล้ว








