วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผลสำรวจชี้ 'สงกรานต์ต้านโควิด' คนงดดื่มมากกว่างดสูบ

ผู้นำชุมชนพร้อมเฝ้าระวังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วยการรณรงค์งดดื่ม งดสูบ รวมถึงงดขายเหล้าและบุหรี่ในพื้นที่ แต่ยังกังวลกลุ่มผู้ที่ติดสุรา และผู้สูบบุหรี่ที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้

 

ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB)  ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ สสส. ได้ดำเนินการสำรวจตาม 'โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในเทศกาลสงกรานต์ รู้เท่าทัน เสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันภัยโควิด19' โดยสำรวจผู้นำชุมชน ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. และ รพ.สต. ในพื้นที่15 จังหวัด กระจายครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการโทรศัพท์สัมภาษณ์ระหว่างวันที่ 1-6 เมษายน ที่ผ่านมา จำนวน 740 ตัวอย่าง 

ดร.สุริยัน บุญแท้ ผู้จัดการฝ่ายวิจัย SAB ระบุว่า เบื้องต้นพบผลเป็นที่น่าพอใจ เมื่อผู้นำชุมชนเกือบทั้งหมด ทราบดีว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการสูบบุหรี่ จะทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด19 อีกทั้งยังทำลายภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย และอาจป่วยรุนแรงได้ สอดคล้องกับที่พบว่า เกือบร้อยละ 90 ระบุมีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด19 ด้วยการรณรงค์งดดื่ม งดสูบ รวมถึงงดขายเหล้าและบุหรี่ในพื้นที่

ดร.สุริยัน กล่าวว่า การงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น มีความเสี่ยงสูงสำหรับผู้ที่ติดสุรา ซึ่งจำเป็นต้องดื่ม โดยผลสำรวจในครั้งนี้พบเพียงร้อยละ 27.3 หรือประมาณ1 ใน 4 เท่านั้นที่มีมาตรการช่วยเหลือผู้ติดสุราจริงจัง ด้วยการให้ อสม. / รพ.สต. มาช่วยดูแล หรือส่งเข้ารับการบำบัด จึงค่อนข้างน่ากังวลหากไม่มีมาตรการดูแลผู้ติดสุรา ทั้งในระยะสั้น และระยะยาวจึงขอให้ภาครัฐให้มีมาตรการคัดกรอง ช่วยเหลือผู้ติดสุราด้วย

ผู้จัดการฝ่ายวิจัย SAB กล่าวถึงผลสำรวจต่อไปว่า กลุ่มตัวอย่างผู้นำชุมชนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 80 ให้ข้อมูลว่าประชาชนในพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม งดดื่มเหล้า และงดสูบบุหรี่ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโควิด19 โดยการงดดื่มจะพบเห็นได้มากกว่าการงดสูบอย่างชัดเจน 

สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ตัวอย่างประมาณ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 65.4 ระบุว่า ในพื้นที่จะมีมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งห้ามดื่ม ห้ามขาย แต่ก็มีไม่น้อยคิดเป็นร้อยละ 29.7 ที่ไม่มีมาตรการใดเป็นพิเศษ นอกจากนั้น กลุ่มตัวอย่าง ยังมีข้อเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ศบค. มีมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ ร้อยละ 54.9 เพื่อสนับสนุนการทำงานในระดับชุมชน

ด้าน นายธีระ  วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า  กล่าวว่า เมื่อการจัดพื้นที่เล่นน้ำถูกยกเลิกไปแล้ว ควรส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์มาทดแทน ในรูปแบบที่ยังคงรักษาประเพณี เชื่อมคนในครอบครัวได้ โดยจัดกิจกรรมเล็กๆ ในครอบครัวให้มีระยะห่าง งดการเดินทางไปไหว้พระตามวัด งดจัดกิจกรรมที่วัดที่ต้องรวมคน

ตัวอย่างกิจกรรมที่สามารถทำได้ เช่น สรงน้ำพระในบ้าน การขอพรผู้สูงอายุ/ พ่อแม่โดยผ่านออนไลน์ ทำบุญแบบออนไลน์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีไทยที่ดีงาม และมีความปลอดภัย ตลอดจนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพทั้งกาย และใจ ให้กำลังใจ อวยพร กันและกัน อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในช่วงประเพณีสงกรานต์ในสถานการณ์ที่เราต้องร่วมมือกันควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสครั้งนี้