ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดอีเวนท์ เล่นน้ำสงกรานต์ แต่การเดินทางที่มากมายมหาศาลและการเฉลิมฉลองอย่างเมามัน อาจพาไทยสู่การระบาดของ 'COVID-19' ที่รุนแรงขึ้น
เทศกาลสงกรานต์ปีนี้จำเป็นต้องเหงาหงอยแน่นอนแล้ว เพราะจุดจัดงานใหญ่ๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าที่ถนนข้าวสาร สงกรานต์สีลม สงกรานต์เชียงใหม่ สงกรานต์ป่าซางลำพูน มิดไนท์สาดน้ำหาดใหญ่ โอยทานศรีสัชนาลัย ฯลฯ ประกาศงดจัดทั้งหมด นี่เป็นผลมาจาก 'ไวรัสโคโรน่า' (COVID-19) ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งวงการต้องทำใจแล้วล่ะปีนี้ เพราะโควิดฟาดงวงฟาดงากระทบท่องเที่ยวเป็นเซ็กเมนท์แรกๆ
สงกรานต์ของเราเป็นประเพณีการเดินทางกลับบ้านครั้งใหญ่ของผู้คน เช่นเดียวกับเทศกาลตรุษจีนที่เป็นมหกรรมการเดินทางของชาวจีนซึ่งเขาจะเดินทางกันเกือบทั้งเดือน จำนวนคนหลายร้อยล้านที่เคลื่อนจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งเป็นอะไรที่มหึมาไปเสียทุกอย่าง ไทยเรามีขนาดประชากรไม่เท่าเขา แต่สถานีขนส่งหมอชิต หัวลำโพงก็ยัดทะนานที่สุดในรอบปีก็แล้วกัน
นานมาแล้วผู้เขียนเคยเดินทางช่วงหลังสงกรานต์จากสถานีขนส่งเอกมัยไปศรีราชา รถไม่พอ ต้องรอรถหมุนเวียนนานหลายชั่วโมงตั๋วเช้าได้ขึ้นรถบ่าย ทั้งๆ ที่เป็นระยะทางสั้นๆ แต่ก็เล่นเอาเข็ดหลาบกับสงกรานต์ไปนาน
มันก็น่าแปลกดี เมื่อกุมภาพันธ์จีนปิดเมืองใหญ่ ห้ามคนสัญจร แล้วก็สั่งงดเทศกาลฉลองตรุษจีนเพราะโรคระบาด ครั้งถึงเมษายน ก็มาถึงรอบไทยเราที่งดเทศกาลฉลองสงกรานต์ ซึ่งก็ดีแล้วที่ให้ชัดเจนกันไป ประกาศงดแต่เนิ่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือบริษัททัวร์ทราบข่าวสารล่วงหน้าจะได้จัดการอะไรได้ทัน
จากนี้ไปอีกราวหนึ่งเดือนไม่รู้สถานการณ์โควิด-19 ในไทยจะพัฒนาการไปแบบไหน ...จะค่อยๆ เพิ่มยอดคนป่วยวันละ 2-3 คน ค่อยๆ ประคองไป หรืออาจจะเลวร้ายเข้าสู่การระบาดระยะ 3 เกิดคนป่วยพร้อมๆ กันหลักร้อย พรวดพราดแบบอิตาลีเพิ่งเจอ ล้วนแต่เป็นไปได้ทั้งสิ้น
แล้วก็ไม่ต้องเสียดมเสียดายอะไรหรอก งานประเพณีจัดทุกปีก็เลิกจัดไปสักปีไม่เห็นแปลก เพราะในจีนก็ไม่มีใครลงแดงตายเพราะไม่ได้ฉลองตรุษจีนสักคน
อันที่จริงงานที่เขาประกาศยกเลิกนะ ล้วนแต่เป็นอีเวนท์กิจกรรมที่เพิ่งคิดสร้างขึ้นไม่นาน สงกรานต์ข้าวสารเพิ่งมาฮิตเมื่อราวปี 2550 นี่เอง สีลมก็ไล่เลี่ยกัน มิดไนท์ที่หาดใหญ่ก็เพิ่งคิดจัดนับปีได้ ส่วนสงกรานต์เชียงใหม่ มีขบวนแห่ต่างๆ 3 วัน ดูเผินๆ เหมือนจะนมนานแต่ที่แท้ก็เพิ่งมาแห่กันบนถนนท่าแพ ขบวนดำหัวผู้ว่าฯ ก็เพิ่งคิดทำกันราวทศวรรษ 2510 ประมาณ 50 ปี
ขบวนแห่สงกรานต์แบบรัฐรวมศูนย์เอาประเพณีภาคกลางไปสวมให้ล้านนาเชียงใหม่หลายอย่าง เช่น เอานางสงกรานต์ไปแห่ เพราะภาคกลางถือตำนานท้าวกบิลพรหม แต่ทางเหนือเขาไม่มีนางกรานต์ทัดดอกไม้อะไร เขามีขุนสังขานต์เป็นผู้ชาย ซึ่งเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านรอบการโคจรเท่านั้น หรือกระทั่งการสาดน้ำรอบคูเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ต้องไปสัมผัสที่แท้ก็เพิ่งมาฮิตเมื่อ 20 กว่าปีหรือไม่เกิน 30 ปี หลังจากคนทั่วๆ ไปสามารถหาซื้อปิคอัพได้ไม่ยาก ศูนย์กลางของการเล่นน้ำจึงย้ายจากริมแม่น้ำปิงไปยังคูเมืองแทน
สงกรานต์สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นห้วงของการเปลี่ยนศักราช ต่อเนื่องจากตรุษไทยที่อิงจันทรคติส่วนสงกรานต์คือการเปลี่ยนศักราชตามสุริยคติ การเฉลิมฉลองจะยาวนานหลายวัน คนสมัยนี้ไม่ได้รู้สึกลึกซึ้งกับการครบรอบเปลี่ยนปีเหมือนในอดีตเพราะเราใช้วันปีใหม่ 1 มกราคมแบบฝรั่งมานานปีศักราชก็เปลี่ยนไปหลายเดือนแล้ว
ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์...
ถ้าเข้าใจหลักการนี้ก็ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์กับการงดจัดอีเวนท์กันสักปี เพราะที่จริงงานแห่อะไรนั่นก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรหนักหนา ส่วนใหญ่คิดทำเพื่อขายการท่องเที่ยวมากกว่า
แต่อย่างไรเสีย สงกรานต์มันก็ประเพณีที่เป็นรากเหง้า เมื่อแยกอีเวนท์ที่ราชการหรือท้องถิ่นจัดกับงานเฉลิมฉลองชาวบ้านก็จะเห็นแง่มุมของสงกรานต์อีกด้านหนึ่ง นั่นก็คือการเฉลิมฉลองสนุกสนานแบบที่ไม่ต้องมีขบวนแห่ โดยเฉพาะทางเหนือ-อีสานนี่ม่วนงันสุด
คนทางปักษ์ใต้อาจไม่อินเท่าคนทางเหนืออีสานที่เมื่อถึงสงกรานต์ต้องขวนขวายกลับบ้านกัน (ส่วนประเพณีกลับบ้านของคนใต้จะกลับกันในเดือน10 เทศกาลรับ-ส่งตายาย) ดังนั้นหากไม่มีอะไรที่เลวร้ายเกินไปนัก สงกรานต์นี้ก็ยังจะเป็นเทศกาลแห่งการเดินทางอยู่เช่นเดิม
และตามประสาไทยๆ นี่ก็จะยังเป็นเทศกาลแห่งความสุขเฉลิมฉลองอยู่ดี
นี่แหละคืออีกช่วงของความเสี่ยงที่ควรเตรียมพร้อมรับกัน
ความเสี่ยงสงกรานต์ไม่ใช่แค่ช่วงของการเดินทาง ซึ่งแน่นอน...ภายใต้บรรยากาศแบบนี้ทุกคนระมัดระวังตัวกันเต็มที่ มีหน้ากาก เจลล้างมือ เชื่อได้ว่าแทบทุกคนจะเดินนั่งอย่างระวังในสนามบิน รถไฟ หรือรถบ.ข.ส. นึกเห็นภาพบรรยากาศที่เพื่อนร่วมเดินทางต่างสวมหน้ากากเอย... การเข้มงวดของทางการเอย...ทำให้ทุกคนที่เดินทางระวังตัวแจ เกรงจะติดเชื้อไวรัสกัน
แต่ทว่าไวรัสมันไม่ได้อยู่เฉพาะในเครื่องบินรถไฟรถทัวร์ดอกนะ มันสามารถอยู่ที่อื่นได้ด้วย เช่น ราวจับ ลูกบิด ประตูรถแท็กซี่ ปุ่มกดต่างๆ ที่คนใช้ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ปุ่มลิฟท์ ปุ่มกดในร้านสะดวกซื้อ ราวประตูมือจับตู้แช่ ในระหว่างการเดินทาง
หรือแม้กระทั่งถึงที่หมายปลายทางแล้ว หากไปจับจ่ายซื้อหาข้าวของในตลาดก็ไม่แน่จะอาจเจอแจ็คพ็อตไวรัสบนธนบัตร แม่ค้าในตลาดนี่เสี่ยงมาก
อันที่จริงสังคมไทยเราน่าจะใช้โอกาสนี้รณรงค์ซื้อขายของผ่านคิวอาร์โค้ดบนแอพพลิเคชั่นมือถือ เป็นสังคมไร้เงินสดอย่างจริงจังไปเลย เพราะทุกวันนี้ร้านของชำในตลาดระดับตำบล หรือกระทั่งในหมู่บ้านก็รับโอนเงินผ่านมือถือกันได้แล้ว
สงกรานต์ยังเป็นห้วงเวลาที่ไม่ควรประมาทเลยทีเดียว ต่อให้เราระงับอีเวนท์ก็แค่ป้องกันการชุมนุมของผู้คนจำนวนมากที่ยังสาดน้ำเล่นน้ำกัน แต่ต่อให้ไม่มีการเล่นน้ำ แค่การดื่มกินสังสรรค์หลู้ลาบอาหารท้องถิ่นที่มักจะไม่ร้อน กินรวมๆ กันเป็นวงหลายๆ คน หรือแม้กระทั่งน้ำแข็งใส่เครื่องดื่ม ก็ล้วนแต่มีความเสี่ยงทั้งสิ้น
สงกรานต์ของคนไทยเราเป็นห้วงของการเฉลิมฉลองและสนุกสนานกันสุดเหวี่ยง นิสัยไทยเราต่อให้ไม่มีอีเวนท์ใหญ่ของจังหวัด ลองได้กลับบ้านเจอะหน้าพี่น้องเพื่อนฝูง แน่นอนที่สุดการดื่มกินฮาเฮก็จะบังเกิด ปีนี้ขอเพลาๆ การสนุกลงมาหยิบจับฉวยหรือดื่มกินอะไรเอะใจขึ้นสักนิด ลำพังการระงับกิจกรรมของทางการไม่เพียงพอหรอก หากว่าประชาชนไม่ร่วมด้วยช่วยกัน
หากไทยเราเกิดมีระบาดระยะสามหลังสงกรานต์ นั่นหมายถึงใกล้จะเข้าฤดูฝนแล้ว ปกติทางภาคเหนืออีสานฝนจะมาตั้งแต่พฤษภาคม หากเกิดมีการระบาดระยะสามในห้วงนั้นมันคงไปไวกว่าฤดูร้อนเป็นแน่แท้
ของแบบนี้เตือนกันแต่เนิ่น พอใกล้ย้ำกันอีกรอบหลายๆ ครั้ง ...ด้วยความห่วงใยจริงๆ








