เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เก่าแก่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง 'เบอร์ลิน ฟิล์ม เฟสติวัล' เปิดม่านขึ้นแล้ว หนังที่ถูกเลือกมาฉายเปิดงานเทศกาลจะน่าสนใจขนาดไหน ตามคอลัมนิสต์สายงานเทศกาลหนังนานาชาติอย่างคุณ 'กัลปพฤกษ์' ไปเกาะขอบเวทีกัน
ในช่วงเปิดประเดิมศักราชใหม่ เทศกาลและงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ใหญ่ ๆ นอกเหนือจากเทศกาล Sundance Film Festival เทศกาล Rotterdam Film Festival และงานประกาศรางวัลออสการ์แล้ว ก็ยังมีเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติขนาดใหญ่อย่าง Berlin Film Festival ซึ่งอยู่คู่กับวงการภาพยนตร์โลกมาเป็นปีที่ 70 แล้ว
เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Berlin Film Festival ประจำปี ค.ศ. 2020 จัดขึ้นช่วงฤดูหนาวระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม มีภาพยนตร์จากหลายประเทศร่วมฉายในสายต่าง ๆ เกินกว่า 100 เรื่อง แต่กลุ่มหนังที่เป็นที่สนใจมากที่สุดก็เห็นจะเป็นหนังสายประกวดหลักชิงรางวัลหมีทองคำ หนังนอกสายประกวด Berlinale Special ที่ฉายรอบกาล่า และพิเศษสุดหนังประกวดสายรองโปรแกรมใหม่เอี่ยมชื่อ Encounters ซึ่งเป็นพื้นที่ให้หนังอิสระที่มีลูกเล่นลีลาแปลกใหม่ สะท้อนน้ำเสียงแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 21 โดยจะมีการมอบรางวัลให้กับหนังยอดเยี่ยมในสายอีกด้วย
และเมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เทศกาล Berlin Film Festival ก็ได้เบิกโรงฉายอย่างเป็นทางการ ด้วยหนังเปิดเทศกาลนอกสายประกวด Berlinale Special เรื่อง My Salinger Year ของผู้กำกับชาวแคนาดา Philippe Falardeau ดัดแปลงจากหนังสืออัตชีวประวัติชื่อเดียวกัน (2014) ของนักเขียนหญิง Joanna Rakoff เล่าประสบการณ์จริงของเธอเมื่อครั้งยังเป็นสาววัยรุ่นสุดมั่นช่วงยุค 1990s (รับบทโดย Margaret Qualley) ผู้ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตในมหาวิทยาลัย เพื่อเข้ามาผจญภัยอาศัยอยู่กับเพื่อนสาว ณ มหานครนิวยอร์ค
My Salinger Year( Photo credit : micro scope)
หลังตระเวนหางานอยู่สักพัก Joanna ก็ได้เข้าทำงานเป็นเสมียนให้เอเจ็นต์นักประพันธ์สาวใหญ่ชื่อดัง Margaret (รับบทโดย Sigourney Weaver) ผู้รับผิดชอบดูแลผลงานและการจัดพิมพ์ให้นักเขียนดังในตำนาน J.D. Salinger เจ้าของนิยายดังเรื่อง The Catcher in the Rye (1951) โดย Joanna มีหน้าที่รับผิดชอบอ่านและตอบจดหมายแฟนานุแฟนของ J.D. Salinger โดย Margaret ได้เตรียมชุดคำตอบไว้ให้ Joanna ล่วงหน้าแล้ว
แต่ความดื้อเงียบและความประทับใจในจดหมายที่แฟน ๆ บางรายเขียนมาถึง J.D. Salinger ก็ทำให้ Joanna ถือวิสาสะตอบจดหมายผิดเพี้ยนไปจากโพยที่เขียนไว้ กลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ Joanna ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า งานอันทรงเกียรติที่ทำอยู่นี้เหมาะกับตัวเธอแล้วจริงหรือไม่ เธอยังมีความฝันอันใดที่ยังต้องลงมือต่อไป และเธอจะทนกับความจุกจิกหัวโบราณหันหลังให้กับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของเจ้านายอย่าง Margaret ไปได้อีกนานแค่ไหน หากสุดท้ายแล้วเธอตั้งใจจะเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง
หนังเล่าเรื่องราวโดยให้ตัวละคร Joanna เป็นศูนย์กลาง ซึ่ง Margaret Qualley ก็รับบทนำเป็น Joanna อย่างตั้งอกตั้งใจ ถ่ายทอดภาวะการเป็นคนหนุ่มสาวไฟแรงที่กำลังหาคำตอบให้กับเส้นทางชีวิตของตัวเองออกมาได้อย่างไร้เดียงสาดี
ในขณะที่ Sigourney Weaver กับบท Margaret อาจจะดูเรียบนิ่งและอ่อนพลังไปสักนิด การงัดข้อกันทางประสบการณ์และมุมมองความคิดอ่านของตัวละครสำคัญสองรายนี้จึงยังไม่มีพลังอย่างที่ควรเป็นสักเท่าไหร่ กลายเป็นหนังที่พอดูแบบเพลิน ๆ ได้ หากจะไม่มุ่งหาสาระจริงจังอะไรนัก
แม้แต่เรื่องราวชีวิตของนักเขียนในตำนาน J.D. Salinger ซึ่งถือเป็นหมุดหลักสำคัญของเรื่องก็กลายเป็นเพียงฉากหลังที่บังซ่อนไว้ จนอาจทำให้แฟน ๆ ของ J.D. Salinger เองก็อาจรู้สึกผิดหวังกับตัวหนังอยู่พอดู
อย่างไรก็ดี My Salinger Year ก็ยังพอจะสร้างสีสันให้กับงานกาล่าเปิดเทศกาล Berlin Film Festival ปีนี้ได้บ้าง เพราะทั้งผู้กำกับ และสองดารานำ Margaret Qualley กับ Sigourney Weaver ก็ได้เคียงคู่กันมาทักทายแฟน ๆ กันถึงเทศกาล พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้กำกับ และแขกผู้ร่วมงานที่ยังทำให้เทศกาล Berlin Film Festival ในปีนี้ ยังคงมีความคึกคักอยู่
หนังสาย Berlinale Special อีกเรื่องที่ฉายถัดจาก My Salinger Years เลยก็คืองาน animation เรื่องใหม่ล่าสุดของค่าย Disney/Pixar Studio ชื่อ Onward ของผู้กำกับ Dan Scanlon นั่นเอง
Onward สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ด้วยการเล่าเรื่องราวร่วมสมัย แต่ใช้ตัวละครจากเทพนิยายโบราณผ่านวันเวลามาจนถึงยุคเทคโนโลยีร่วมกันดำเนินเรื่องอย่างมีสีสัน ไล่มาตั้งแต่ม้ายูนิคอร์น ปีกาซุส เซ็นทาวส์ มังกรไฟ ฝูงเงือก และ เทพ leprechaun โดยมีตัวละครหลักเป็นเทพ elf หูยาวสองพี่น้องหนุ่มวัยรุ่น Ian และ Barley ที่สูญเสียบิดาไปตั้งแต่ยังเด็ก และอาศัยอยู่กับมารดาและพ่อเลี้ยง โดยพวกเขามีมรดกอันล้ำค่าจากบิดาเพียงชิ้นเดียวคือเทปคาสเซ็ตต์ที่เคยอัดเสียงคุณพ่อกล่าวทักทายและอำลาเพียงสั้น ๆ
Ian หนุ่มน้อยผู้ขาดความมั่นใจเนื่องจากสูญเสียบิดาไปตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเมื่ออายุครบ 16 ปี แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จเสียที จนกระทั่งมารดาของเขาเฉลยว่าบิดาของ Ian และ Barley ได้ฝากของที่ระลึกไว้ให้บุตรชายทั้งสองเมื่อคนเล็กอายุครบ 16 ปี นั่นคือคฑามหัศจรรย์ที่สามารถเสกให้ตัวเขากลับมามีชีวิตใหม่ได้ เพื่อกล่าวคำร่ำลาสุดท้ายก่อนจะจากไปตลอดกาล
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์และจินตนาการของสองพี่น้อง Ian กับ Barley ที่จะทำให้พวกเขาได้เรียนรู้ชีวิตและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ผ่านปฏิบัติการที่จะทำให้พ่อของพวกเขากลับมามีชีวิตได้เต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง
Onward (Photo Credit : Disney-Pixar)
หนังเรื่องนี้เล่าได้สนุกและชวนให้ซึ้งตามแนวทางของหนัง Disney/Pixar ที่เคยสร้างกันมา มีฉากการไล่ล่า ที่ชวนให้ตื่นเต้นและร่วมลุ้นอยู่ตลอดเวลา กับตัวละครหน้าตาแปลกประหลาดหลากหลาย กับเรื่องราวที่ให้คุณค่าความหมายไปในทางส่งเสริมสถาบันครอบครัวเหมาะกับเด็กและเยาวชนอันเป็นกลุ่มเป้าหมายของหนังอยู่แล้ว
แม้สุดท้ายหนังอาจจะยังติดหล่มสูตรสำเร็จการเร้าอารมณ์ โดยเฉพาะการโหมด้วยเสียงดนตรีช่วงที่บังคับให้คนดูต้องร่วมซึ้ง ผลงานเรื่องจึงอาจจะยังไม่ถึงระดับกระชากใจอย่างที่ animation ค่าย Pixar เคยทำสำเร็จมาก่อนแล้วในอดีต
สำหรับหนังเปิดสายใหม่เอี่ยมอย่าง Encounters ของเทศกาล Berlin Film Festival ในปีนี้ก็เป็นผลงานใหม่ของผู้กำกับ Cristi Puiu เรื่อง Malmkrok หนังความยาวสามชั่วโมงยี่สิบนาทีเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นงานแนวยูโรพุดดิ้งเชิงทดลองที่ดัดแปลงเนื้อหาจากหนังสือปรัชญา The Three Conversations (1915) ของนักเขียนรัสเซีย Vladimir Solovyov
เนื่องจากผู้กำกับก็เป็นชาวโรมาเนีย ร่วมทุนกับโปรดิวเซอร์มาเซโดเนีย เล่าเรื่องราวจากวรรณกรรมรัสเซียโดยใช้ตัวละครรัสเซีย แต่ให้นักแสดงฝรั่งเศสมารับบทแล้วสนทนากันเป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด!
Malmkrok (Photo credit : Mandragora)
หนังเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งวันของเทศกาลคริสต์มาสเมื่อคหบดีหนุ่มเชิญแขกผู้มีเกียรติทั้งนักการเมือง เค้าท์เตสส และนายพล มาร่วมตั้งวงสนทนาข้อปรัชญาที่พวกเขาจะสลับกันมาร่ายเล่าความคิดของตนเอง โต้แย้งกันไปมา ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของเขา ราวกับได้นำเอาเนื้อหาทุกบรรทัดจากหนังสือ The Three Conversations มาถ่ายทอดผ่านตัวละครด้วยระยะเวลาเกิน 3 ชั่วโมง
หนังเล่าด้วยท่าทีหนังศิลปะที่ออกจะกรีดกรายแช่มช้อย จนชวนให้นึกไปถึงหนังลีลาคล้าย ๆ กันของ Jean-Marie Straub และ Daniele Huillet นับเป็นการเปิดสายหนัง Encounters ที่ไม่ประนีประนอมกับคนดู โดยบอกกันให้รู้ตั้งแต่เรื่องแรกเลยว่า หนังที่จะมาประกวดในสายนี้จักต้องเป็นอะไรที่ ‘ไม่ธรรมดา!’









