รายการ “SACICT เล่าเรื่อง” ที่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เพื่อนำเสนอเรื่องราวของผ้าย้อมคราม ของครูพิระ ประเสริฐก้านตรง ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2557
นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ลงพื้นที่ถ่ายทำรายการ “SACICT เล่าเรื่อง” ที่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เพื่อนำเสนอเรื่องราวของผ้าย้อมคราม ของครูพิระ ประเสริฐก้านตรง ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2557 และชุมชนทอผ้าฝ้ายย้อมครามบ้านคำข่า ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI หรือ ผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงคุณภาพและชื่อเสียงมาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจงเป็นที่ยอมรับ บ่งบอกถึงแหล่งที่มาและคุณลักษณะพิเศษท้องถิ่น ทุกผืนผ้าต้องผ่านความใส่ใจในกระบวนการถักทอ ผ่านกระบวนการย้อมครามธรรมชาติ ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ได้สีที่สวยงามด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้นครามที่ปลูกและเก็บเกี่ยวในพื้นที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บทบาทสำคัญของ SACICT คือเป็นหน่วยงานหลักในการชี้นำทิศทางให้กับงานหัตถศิลป์แก่สังคมไทย โดยศึกษาแนวโน้มเทรนด์โลกผ่านการวิจัยและติดตามความเป็นไปของการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการออกแบบงานหัตถศิลป์ในตลาดนานาชาติ กำหนดเป็น “SACICT Craft Trend” ขึ้น เพื่อบ่งบอกทิศทางให้งานศิลปหัตถกรรมไทยที่มีภูมิปัญญาคงอยู่ได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งสำคัญ คือ การสนับสนุนให้กลุ่มครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย และ ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม รวมทั้งชุมชนรองข้างมีความเข้มแข็ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้สามารถตอบโจทย์ตลาดได้ ขายได้ สร้างรายได้ให้ทั้งตัวครูและทายาท รวมไปถึงชุมชนรอบข้าง ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความอยู่ดีกินดี เพื่อให้เกิดการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมอย่างรอบด้าน
จึงเป็นที่มาของ โครงการ “ Weaving Street:เส้นทางสายผ้าทอ” ที่ SACICT ต้องการเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ การสร้าง Branding การออกแบบและตัดเย็บ เทรนด์ด้านการตลาด นำมาสู่การแปรรูปผ้าพื้นถิ่นเป็นสินค้าแฟชั่นที่มีความร่วมสมัยและเข้าถึงวิถีชีวิตปัจจุบันได้ สามารถใช้ประโยชน์และขายได้จริงในตลาดปัจจุบัน
ครูพิระแห่งชุมชนทอผ้าบ้านคำข่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมโครงการเส้นทางสายผ้าทอ จุดเด่นที่ผู้ร่วมโครงการทุกคนมีที่ถือเป็นจุดขายสำคัญคือ ทุกคนมีตัวตนในภูมิปัญญาการทอผ้าอยู่แล้ว มีความพร้อมในด้านแหล่งผลิตผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ นำมาสู่การแปรรูปเป็นสินค้าแฟชั่นของตนเองได้อย่างเข้มแข็ง แต่สิ่งที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมคือเรื่องของการตลาดและเทรนด์แฟชั่นโลก แล้วนำมาประยุกต์เข้ากับสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ โดยไม่ทิ้งอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เป็นจุดเด่น แต่เสริมสิ่งที่ร่วมสมัยมากขึ้น มองเห็นภาพของตัวเองชัดขึ้น จะทำให้พัฒนาไปสู่การสร้างแบรนด์ได้ชัดเจนและตรงจุดมากขึ้น
การพัฒนาของ SACICT จึงเป็นการผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้สามารถยืนได้ด้วยตนเอง พึ่งพาตนเอง ด้วยมุมมองใหม่ ๆ มีแรงบันดาลใจ มีความคิดสร้างสรรค์ที่คิดพัฒนาต่อยอด เกิดการคิดเพิ่มเติมใหม่ในทุกๆวันไม่หยุดนิ่ง สิ่งนี้เองที่เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างแท้จริง








