วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

EU ควบคุมสารป้องกันแสงแดดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

การเลือกใช้สารเคมีป้องกันแสงแดดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม สีคิ้วและขนตามีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ 22 พ.ย.62

กรมการค้าต่างประเทศเผยสหภาพยุโรปประกาศเพิ่มเติมข้อจำกัดและปริมาณการเลือกใช้สารเคมีป้องกันแสงแดดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม สีคิ้วและขนตา ยมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ 22 พ.ย.62 ย้ำผู้ส่งออกศึกษาระเบียบให้ชัดเจนก่อนส่งออก

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกกฎระเบียบ Regulation (EU) 2019/680 และ Regulation (EU) 2019/681 เพื่อแก้ไข Annex VI และ II ของกฎระเบียบRegulation (EC) No 1223/2009 ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ว่าด้วยการจำกัดการใช้สารและเพิ่มรายชื่อสารที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อความปลอดภัยต่อผิวหนัง โดยกฎระเบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 เป็นต้นไป แต่ในทางปฏิบัติจะมีผลบังคับใช้ 22 พฤศจิกายน 2562

โดยสาระสำคัญของการแก้ไขสรุปได้ดังนี้ 1) Annex VI : เพิ่มรายชื่อสาร Phenylene Bis-Diphenyltriazine และกำหนดเงื่อนไขจำกัดการใช้สูงสุดไม่เกิน 5% ในผลิตภัณฑ์การป้องกันแสงแดดและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอื่นๆ ซึ่งสารดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อผู้ใช้ในการสูดดมเข้าสู่ปอดได้ และ 2) Annex II : ไม่อนุญาตให้ใช้สาร 2-Chloro-p-Phenylenediamine ซึ่งครอบคลุมถึง sulfate และ dihydrochloride salts ในผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีคิ้วและขนตา

นายอดุลย์กล่าวว่า ข้อมูลสถิติการส่งออกสินค้าเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิวของไทยไปยัง EU ในภาพรวม 3 ปีย้อนหลังช่วง 2559 – 2561 มีมูลค่าการส่งออก 5,156.8  4,688.4 และ 4,770.3 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนในปี 2562 (ม.ค.-เม.ย.) มีมูลค่าการส่งออก 1,880.8 ล้านบาท ลดลง 32.99% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยควรตระหนักถึงกฎระเบียบข้างต้น เพื่อเตรียมตัวรองรับการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวของ EU ไม่ให้กระทบต่อการส่งออกของไทย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ/ผู้ส่งออก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=CELEX%3A32019R0680 ในการเตรียมความพร้อมให้สามารถปฏิบัติตามกฎหมายฉบับดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและไม่เป็นอุปสรรคทางการค้า และสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร. 02-547-4736 หรือสายด่วน 1385