วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดบทเรียนโครงการปลูกป่าชายเลน

ชูโมเดลความสำเร็จ 3 ประสาน ดูแลป่ายั่งยืน  

บริษัท  เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมกับ บริษัท โกลบอลแอคท์ จำกัด ติดตามและประเมินผล โครงการ”ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน”อนุรักษ์ ฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ปลูกป่าให้กับประเทศไทย ชูโมเดลความสำเร็จทำงาน 3 ประสาน ภาครัฐ เอกชน ชุมชน  ร่วมแก้ปัญหาสังคม และทำอย่างต่อเนื่อง          

     

‘ป่าชายเลน’  เป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญและเชื่อมโยงโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารของประชากรโลก  ซีพีเอฟในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว โดยได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ  (องค์การมหาชน)  เครือข่ายภาคประชาสังคม ดำเนินโครงการ”ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน”  ใน 5 พื้นที่ยุทธศาสตร์ของประเทศไทย คือ  จังหวัดสมุทรสาคร ระยอง สงขลา พังงา และชุมพร   ซี่งระหว่างปี  2557-2561  ร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่รวม 2,388   ไร่       

   

นางสาวสาริสา กนกธัญรัชต์  ผู้จัดการโครงการถอดบทเรียน“โครงการปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลนของซีพีเอฟ” โดยบริษัท โกลบอลแอคท์ จำกัด   กล่าวว่า   โครงการซีพีเอฟ ปลูก  ปัน ป้อง ป่าชายเลน เป็นการบูรณาการการทำงาน 3 ประสาน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน  และภาคเอกชน  ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน   โดยซีพีเอฟเข้ามามีส่วนร่วมประสานความร่วมมือในการทำงาน นอกจากนี้  เป็นโครงการที่ซีพีเอฟได้พัฒนาการทำงานมากกว่าแค่งานรับผิดชอบต่อสังคม แต่เป็นการทำงานในระดับการแก้ปัญหาสังคม เกิดการยอมรับจากภาครัฐส่วนกลาง ภาครัฐส่วนท้องถิ่น คณะทำงานชุมชนในพื้นที่ต่างๆ  มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าเกิดผลสำเร็จจริง 

 

“การดำเนินโครงการฯในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา  ซีพีเอฟได้พัฒนาการทำงานมาไกลกว่าแค่งานรับผิดชอบต่อสังคม(Corporate Social Responsibility)ในแบบเดิม   แต่กำลังเข้าไปทำงานในระดับการแก้ปัญหาสังคม  ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับ

 

 

 

ปัจจัยทั้งภายในและภายนอก ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในระยะยาว  ที่ต้องอาศัยเวลา องค์ความรู้ ทักษะ และงบประมาณในการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ  ” ผู้จัดการโครงการถอดบทเรียนโครงการปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน กล่าว  

 

ผู้จัดการโครงการถอดบทเรียนโครงการปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน กล่าวเพิ่มเติมว่า  การทำงานตามยุทธศาสตร์ในโครงการ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน  พบว่ากระบวนการที่ประสบความสำเร็จ คือ  กระบวนการปลูกป่าและดูแลป่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการถอดบทเรียนในครั้งนี้พบว่าพื้นที่ที่มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนที่มีความโดดเด่นมากที่สุด คือ พื้นที่ต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร   เนื่องจากบางหญ้าแพรกมีความท้าทายต่อการปลูกป่าด้านลักษณะทางภูมิศาสตร์ เพราะเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่มีการกัดเซาะสูง แต่ซีพีเอฟสามารถอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่ได้สำเร็จ      

 

นอกจากนี้  ยังพบว่าโครงการฯทำให้เกิดกระบวนการส่งเสริมอาชีพชุมชน  ซึ่งซีพีเอฟและคณะทำงานชุมชนมีเป้าหมายร่วมกันในระยะต่อไป คือ  สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและให้บทบาทการตัดสินใจอยู่ที่ชุมชน เป็นการขับเคลื่อนโดยชุมชน โดยมีซีพีเอฟเป็นที่ปรึกษาและผู้สนับสนุน โดยพื้นที่ที่มีการส่งเสริมอาชีพชุมชนโดดเด่น คือ พื้นที่ ต.ชะแล้ จ.สงขลา และ  พื้นที่ ต.ปากน้ำประแส  จ.ระยอง  ที่มีการสร้างรายได้จากอาชีพเกิดขึ้นจริงแล้ว และอยู่ในขั้นของการพัฒนาและต่อยอดสู่นวัตกรรมและธุรกิจเพื่อสังคม สร้างการกระจายอาชีพและรายได้สู่ชุมชนในวงกว้าง  

       

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์  รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ  กล่าวว่า  บริษัทฯตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพควบคู่กับการดำเนินธุรกิจ   โดยร่วมมือกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสนับสนุนพนักงานให้ร่วมเป็นเครือข่ายจิตอาสาอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่  นอกจากนี้ ได้ผสานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(Sustainable Development  Goals :SDGs)   เข้ากับการดำเนินงานของบริษัทภายใต้กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมสู่ความยั่งยืน อาทิ โครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลนที่เชื่อมโยงกับ SDGs ในประเด็นการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ (เป้าหมายที่13)  การอนุรักษ์และใช้มหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอื่น ๆอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (เป้าหมายที่ 14)   และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (เป้าหมายที่ 17)   . /