วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อภูมิปัญญาดั้งเดิมไม่เพียงพอสำหรับอนาคต

ถ้าย้อนหลังไปดูงานใหญ่ของผู้คนในวงการเงินทอง เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน แล้วนำมาเทียบกับงานใหญ่ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อหลายวันก่อน

 จะพบว่ากว่าสามทศวรรษแล้วหลายอย่างยังเป็นเหมือนเดิม ข้าวของที่เอามาแสดงกันในงานวันนี้ก็คล้ายๆ ของเดิม

ระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แทบไม่ต่างไปจากของเดิม ยังดูเป็นเพียงภูมิปัญญาสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ยังไม่มีการผสมผสานเข้ากับความรู้ใหม่ๆ ที่มีอยู่ในบริบทปัจจุบัน

พูดถึงสารพัดการพลิกโฉมในอนาคต แต่ไม่พบเห็นการพลิกโฉมผลิตภัณฑ์นานาชนิดที่เกิดขึ้นมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา

หนังสือที่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ คือ THE KNOWLEDGE-CREATING COMPANY เขียนโดยอาจารย์ IKUJIRO NONAKA ตั้งแต่ปี 2538

ท่านเคยมีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมผลิตภัณฑ์ที่มาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพียงแต่โชคร้ายสำหรับบ้านเราที่มีการล้มเลิกการดำเนินการไปเสียก่อนที่จะประสบความสำเร็จ

สาระสำคัญของหนังสือกล่าวถึง วงจรการแปลงความรู้ไปสู่การสร้างคุณค่าในเชิงพาณิชย์ ที่รู้จักกันทั่วไปว่า SECI Process ซึ่งกล่าวกันในวงการผู้รู้ด้านการจัดการความรู้ว่า บ้านเราไปไหนได้ไม่ไกลเพราะเราเดินหน้าตามวงจรการแปลงความรู้ไปสู่การสร้างคุณค่าในเชิงพาณิชย์ได้ไม่ครบ เราติดค้างอยู่ที่กลางทาง เดินไปไม่ถึงปลายทาง

วงจร SECI เริ่มต้นจากขั้นตอน Socialization ที่เป็นการแบ่งปันความรู้ที่มีอยู่ในตัวตนของแต่ละคน ที่เรียกกันว่า Tacit Knowledge ผ่านการคบค้าสมาคมระหว่างกัน จะปลูกกล้วยก็ถามไถ่กันว่าจะปลูกอย่างไรให้ได้ผลตามขนาดที่กำหนด

ได้คำตอบมาแล้วก็ทำตาม โดยไม่ได้บันทึกไว้ใช้ในวันหน้า เพียงจดจำไว้ในตนเองว่าทำอย่างไร ใครมาถามก็ตอบไปเหมือนที่ตนได้รับคำตอบมา ทำแค่นี้ ความรู้ที่มีก็อยู่ในแต่ละคน และเป็นเพียงความรู้ที่เพียงพอสำหรับงานแบบดั้งเดิม

ต่อมาไปดูงานต่างบ้านต่างเมืองเห็นว่าบ้านเขามี Solar Dome มีขั้นตอนการแปรรูปกล้วยสดให้เป็นกล้วยตาก ก็ถ่ายทอดความรู้นั้นมาทำเป็นคู่มือการอบกล้วยด้วย Solar Dome ทำกล้วยตากได้เพราะไปหาความรู้มาจากภายนอก Externalization

ถ้าเดินไปสู่ขั้นตอนต่อไป คือ Combination กล้วยตากที่เคยขายกันเป็นกิโลกรัมก็บรรจุแยกเป็นซองในบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด พกพาสะดวก

Combination คือ นำความรู้ที่บันทึกไว้เป็นรูปธรรมสองเรื่องผนวกเข้าด้วยกัน คือเรื่องการอบแห้งด้วยแสงอาทิตย์และเรื่องบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุกล้วย

เล่ากันว่า อาจารย์ NONAKA บอกว่า เราหยุดกันแค่ Externalization นำความรู้มาใช้เป็นเรื่องๆ ไม่สามารถก้าวไปสู่ Combination คือจับแพะชนแกะ ให้กลายเป็นความรู้ใหม่ จนได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาไม่ได้

ถ้าขยับมาถึง Combination จากกล้วยตากที่เคยขายกันเป็นกิโลกรัม จะกลายเป็นกล้วยตากบรรจุซองซึ่งขายได้ราคาดีกว่ามาก

จาก Combination ซึ่งเป็นความรู้อย่างน้อยสองเรื่องที่บันทึกไว้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือ Explicit Knowledge

ถ้าจะยกระดับให้กลายเป็นความรู้ที่ใช้เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้ ก็ต้องพัฒนาตนเองให้ช่างคิดช่างทำ ให้มีทักษะในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีการทดลอง ปฏิบัติ และเรียนรู้จนเกิดทักษะและความชำนาญใหม่ขึ้นมา

นั่นคือทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้กระทำมาแล้วกลายเป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวเรา ขั้นตอนนี้จึงถูกเรียกว่า Internalization ซึ่งเราไปไม่ค่อยจะถึงขั้นตอนนี้

กล้วยตากเป็นแค่กล้วยตากที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ อาจจะเติมแต่งรูปรสกลิ่นใหม่เข้าไปบ้าง แต่กล้วยที่ปลูกมาได้ก็ยังเป็นกล้วยตาก ไม่อาจกลายเป็นกล้วยผง วัตถุดิบอาหาร หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

กระชายดำก็ยังคงเป็นกระชายดำบรรจุขวด ไม่ได้เป็นอาหารเสริมมูลค่าสูง เหมือนที่บ้านเมืองอื่นส่งอาหารเสริมจากสมุนไพรมาขายกันมากมายในบ้านเรา

อนาคตที่ดีกว่าเกิดจากความสามารถในการเรียนรู้จากอดีต นำไปสร้างความรู้ใหม่ในปัจจุบัน และค้นพบสิ่งที่เรายังไม่รู้ว่าจำเป็นต้องเรียนรู้ การจัดการความรู้เพื่ออนาคตจะทำให้สามสิบปีผ่านไป เรามีอะไรใหม่ๆ มาอวดชาวโลกบ้าง