มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำเร็จโครงการออมจากเงินอนาคต นำร่องที่ กองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 8 จ.ขอนแก่น แม้ทหารที่เข้าโครงการต้องออมเงินเพิ่มทุกเดือนก็ไม่กระทบการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ทั้งเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หายไปไหน และเมื่อคำนวณสัดส่วนเงินออมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กำลังพลบางนายเมื่อเกษียณอายุราชการไปแล้วจะมีเงินเก็บสูงถึง 1,000,000 บาททีเดียว
ผศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติและสถาบันวิจัยประชากรและสังคมระบุว่า สถานการณ์การออมของครัวเรือนไทยในปัจจุบันค่อนข้างน่าเป็นห่วง ประมาณร้อยละ 83 ของครัวเรือนไม่ได้มีการออมเงินประจำ นอกจากนั้นราว ๆ ร้อยละ 26 ของครัวเรือนไทยไม่มีเงินออมเลย แม้จะมีการรณรงค์สร้างความตระหนักและให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการออม แต่อัตราการออมของครัวเรือนไทยยังคงอยู่ในอัตราต่ำและมีการออมน้อยมาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายจะนำไปสู่ปัญหาตอนที่เกษียณอายุกัน
ทั้งนี้ จากการศึกษาพฤติกรรมของคน พบว่า โดยทั่วไปคนจะให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากกว่าอนาคต การใช้เงินในปัจจุบันสามารถสร้างประโยชน์และให้ความพึงพอใจได้ทันที แต่ผลประโยชน์ที่ได้จากการออมเกิดในอนาคต คนโดยส่วนใหญ่จึงละเลยหรือบังคับตนเองให้ออมได้ยาก เหตุนี้เราจึงเปลี่ยนแนวความคิดในการออมเงินใหม่ เป็นการดึงเงินจากอนาคตมาออมเพิ่มแทน นั่นก็คือเงินเดือนที่ทหารหน่วยนี้จะได้ในอนาคต โดยหักจากส่วนเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมาออมเพิ่มทุกเดือน เขาก็จะไม่รู้สึกเสียอะไร เงินเดือนที่เพิ่มมาก็ยังได้ใช้จากส่วนต่างที่เหลือจากเงินที่ได้หักเข้าสมทบเงินออมแล้วการใช้รายได้จากอนาคต เพื่อเพิ่มการออม ทำให้ไม่ต้องลดรายจ่ายและไม่ต้องตัดสินใจและปรับเปลี่ยนอะไรในปัจจุบัน อีกทั้งเงินที่จะได้ในอนาคตยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง(ยังไม่ได้จริง) ดังนั้นการตัดสินใจเพื่อให้หักเงินบางส่วน จากเงินเดือนที่เพิ่มในอนาคตเพื่อมาเพิ่มการออมจึงเป็นเรื่องที่ง่าย การเข้าร่วมโครงการนี้เป็นไปตามความสมัครใจ ซึ่งทุกนายที่เข้าร่วมโครงการไม่มีใครมาแสดงความจำนงที่จะออกจากโครงการแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้สามารถจูงใจให้ทหารหน่วยนี้ออมเพิ่มได้จริง ๆ
“แนวทางการดำเนินงานเมื่อทุกนายเงินเดือนเพิ่มขึ้น ค่าเฉลี่ยประมาณ 4.5 จากฐานปัจจุบันก็เอาเงินเพิ่มจากที่ปรับขึ้นของเงินเดือนมาออมในสัดส่วนร้อยละ 10 -15- 20 ตามความสมัครใจว่าต้องการให้หักในอัตราส่วนร้อยละเท่าไหร่ และนับไปในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นอายุราชการเฉลี่ยของหน่วยทหารแห่งนี้ โปรแกรมจะคำนวณเห็นเลยว่าเขาจะมีเงินเก็บเมื่อวัยเกษียณเท่าไหร่ ซึ่งในอัตราร้อยละ 10-15 นายทหารส่วนใหญ่จะมีเงินออมวัยเกษียณอยู่ที่คนละ 1,000,000 บาท และถ้าออมเพิ่มร้อยละ 20 เงินออมในอนาคตก็จะสูงขึ้นไปอีก จุดนี้ทำให้ทหารหน่วยนี้สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างมากและมีทหารหน่วยข้างเคียงประสานขอเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นด้วย”
ด้าน พ.ต.อนุชา มหาลีวีรัศมี นายทหารประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก กล่าวว่า เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบ.ร้อย ประจำ ร.8 พัน 3 ได้รับทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพลภายในหน่วย ซึ่งปัญหาที่พบคือส่วนใหญ่เรื่องค่าครองชีพ จากการสำรวจในหมวดของเงินออม ในการดำเนินงานของสหกรณ์ประจำหน่วย โดยในปี 2557-2558 กำลังพลที่เกษียณอายุราชการ หรือสมัครใจออกจากการรับราชการ มีเงินเก็บสะสมค่อนข้างน้อย จึงประสานกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำข้อมูลมาแสดงให้เห็นว่าถ้าเราใช้วิธีเงินออมแบบเดิม เมื่อเกษียณแล้วจะมีเงินเก็บเพียงแค่ 200,000 -300,000 บาท แต่ถ้าเข้าร่วมโครงการออมเงินจากอนาคต ระยะการออม 20-30 ปี โดยสัดส่วนการออมเพิ่ม คือ การนำส่วนของเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นจากฐานเงินเดือนเดิม มาออมเพิ่มในอัตราส่วนระหว่าง ร้อยละ 10-15-20 แล้วแต่ใครจะเลือกในอัตราร้อยละเท่าไหร่ สมมุติฐานเงินเดือน 15,000 บาท และเลือกออมเพิ่มจากเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นอัตราร้อยละ 20 ทั้งนี้กองทัพบกจะขึ้นเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง เริ่มโครงการนี้ปลายปี 59 ตอนนี้เงินเดือนขึ้นมา 3 ครั้งแล้ว โดยเงินเดือนเพิ่มรอบแรก 675 บาท (ฐานเงินเดือน 15,000 บาท ค่าเฉลี่ยเงินเดือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5) ร้อยละ 20 ของ 675 บาท คือ 135 บาท เดิมที่ทหารแต่ละนายต้องออมในสหกรณ์ฯเดือนละ 700 บาท บวก 135 บาท ก็จะออมเพิ่มเดือนละ 835 บาท ออมแบบนี้เขาไม่ได้รู้สึกว่าเสียอะไร ไม่ต้องลดการบริโภคในปัจจุบัน และเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นก็ยังได้รับเช่นเดิมเพียงแต่หักส่วนหนึ่งที่เพิ่มมาเข้าสมทบเงินออม ดังนั้น ทุกครั้งที่เงินเดือนเพิ่ม จำนวนเงินออมต่อเดือนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยในทุกๆปี พอเกษียณอายุราชการก็จะมีเงินเก็บมากกว่าการออมแบบเดิม”
จ.ส.อ.พงศ์พันธ์ พงษ์จอหอ รองผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กล่าวว่า รูปแบบการออมเงินจากอนาคต เป็นแนวทางที่ดี เพราะไม่รู้สึกว่าต้องใช้จ่ายลดลง ต้องกระเบียนกระเสียนตัวเองเพื่อให้มีเงินออมมากขึ้น ส่วนเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นก็ยังได้ใช้แม้ส่วนหนึ่ง จะถูกออมไปโดยอัตโนมัติ เราไม่รู้สึกเสียอะไร เรามีแต่ได้กับได้แต่เงินออมจากอนาคตตรงนี้ไม่กระทบอะไรเลย มั่นใจว่าเกษียณอายุราชการจะมีเงินเก็บหลักล้านแน่นอน
ผศ.ดร.ภูมิสิทธิ์ กล่าวในตอนท้ายว่า จุดเด่นของโครงการ คือ หนึ่ง สามารถจูงใจให้คนออมเพิ่มได้จริง สองทำได้ไม่ยาก และสามแทบไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรเลย มีคอมพิวเตอร์และโปรแกรมเอกเซลก็สามารถทำงานได้แล้ว นับเป็นหลักการในการเพิ่มการออมที่ง่ายแต่ได้ประโยชน์ชัด สำหรับหน่วยงานที่สนใจอยากนำโครงการลักษณะนี้ไปขยายยังหน่วยงานของตน สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร.081-6299772








