วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปิดเทอมใหญ่ ทำอะไรดี?

 

ถึงฤดูปิดเทอมใหญ่ทีไร คนที่ต้องหัวใจว้าวุ่นทุกคงไม่พ้นคุณพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เพราะต้องแอบปวดหัวกับการหากิจกรรมให้ลูกๆ ของเราในวันว่าง ขณะที่การงานก็รัดตัวจนไม่รู้จะบริหารเวลายังไงให้ลงตัว

มีนาคมที่ผ่านมา ได้มีผลสำรวจที่น่าสนใจเรื่อง “ปิดเทอมนี้เด็กเยาวชนอยากทำอะไร” ในเดือนมีนาคม 2561 โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน ที่ทำการสำรวจความคิดเห็นเด็กและเยาวชนไทยจำนวน 1,760 ตัวอย่าง พบว่า กิจกรรมที่เด็กเยาวชนตั้งใจจะทำในช่วงปิดเทอม 3 อันดับแรก คือ เล่นมือถือ อินเตอร์เน็ต 71% ตามด้วยการไปเที่ยวต่างจังหวัด 53% และหางานพิเศษทำ 46%

ผลสำรวจที่ได้ กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่นัก เมื่อเด็กไทยในวันนี้ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตเป็นหลักอยู่หน้าจอมือถือและอินเตอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ71!

จากความห่วงใยในอนาคตของชาติของบรรดาผู้ใหญ่หลายฝ่าย ที่ต้องการดึงอนาคตของชาติออกจากหน้าจอมือถือและชีวิตติดเกมส์ จึงต่างร่วมระดมความคิดและจับมือกันชักชวนเด็กไทยหันมาหากิจกรรมปิดเทอมที่สร้างสรรค์มากขึ้น  นำมาสู่กิจกรรม “ปิดเทอมสร้างสรรค์ (เปิด) หน้าต่างaสู่การเรียนรู้”อีกหนึ่งการผนึกกำลังครั้งใหญ่ที่สุดของ ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคมและภาคีเครือข่ายร่วมหนุนกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ในช่วงปิดเทอม ที่รองรับถึง450 กิจกรรม และงานพิเศษ 3,000 ตำแหน่ง

“ปิดเทอมสร้างสรรค์ (เปิด) หน้าต่างaสู่การเรียนรู้” เป็นหน้าต่างสู่โลกการเรียนรู้อีกบานที่จะชวนเด็กๆ ใช้เวลาว่างในวันหยุดอย่างคุ้มค่า เพื่อเปิดมุมมองการเสริมสร้างทักษะและพัฒนาสติปัญญาแบบนอกห้องเรียน

พล.อ.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ใหญ่คนสำคัญรายแรกที่บอกเรื่องราวของกิจกรรมครั้งนี้ว่า การจัดงานเกิดจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องพัฒนาคนทุกช่วงวัย เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่ไทยแลนด์ 4.0 ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีเหมาะสมช่วงวัย ในเรื่องกายใจ อารมณ์ สติปัญญา มีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสำนึกต่อส่วนรวม ที่ผ่านมาจึงได้จัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้ว

“หลังจากทาง สสส. มีการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มเด็กและเยาวชนไทยว่าสามเดือนนี้จะทำอะไร เมื่อทราบผลสำรวจ ทำให้รัฐบาลมีความเป็นห่วงว่า ควรจะส่งเสริมเด็กไทยเดินไปทิศทางใด และไปในทางสร้างสรรค์หรือไม่ จากความตระหนักดังกล่าว จึงใช้โอกาสนี้ในการร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา โดยจะเน้นพยายามจัดให้ได้ทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะพื้นที่เด็กที่ขาดโอกาส

ซึ่งทางรัฐบาลและ สสส.ได้พยายามสรรหาและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีความปลอดภัยให้กับเด็ก และส่งเสริมการมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เพื่อให้ตลอดสามเดือนนี้ เป็นสามเดือนที่มีประโยชน์และใช้เวลาคุ้มค่ามากที่สุด”

ความร่วมมือของหลากหลายภาคี ทำให้สามารถรวบรวมกิจกรรมดีๆในช่วงปิดเทอมนี้ที่กระจายทุกภูมิภาคมากถึง 450 กิจกรรม รวมอยู่ในเว็บไซต์ที่ชื่อว่า “ปิดเทอมสร้างสรรค์ดอทคอม” (www.ปิดเทอมสร้างสรรค์.com  รวมถึงใน Facebook: Happy Schoolbreakซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้เด็ก เยาวชน และผู้ปกครอง ได้เข้าถึงกิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ที่สนใจได้ง่ายขึ้น

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า กิจกรรมที่รวบรวมมาทั้งหมด ถือเป็นตัวอย่างเพียงส่วนหนึ่ง แต่เป้าหมายสำคัญ ยังต้องการให้มีการขยายกิจกรรมสร้างสรรค์มากขึ้น โดยอยากชวนหน่วยงานที่สนใจมาร่วมกิจกรรม

“การใช้เวลาว่างให้มีประโยชน์และคุ้มค่า ในหลายประเทศเป็นตัวอย่างที่ดีและมีมานาน ที่มีการส่งเสริมเรื่องนี้จนเป็นเรื่องปกติ เราจะเห็นว่ามีนักศึกษาเยาวชนในต่างประเทศที่จะใช้เวลาช่วงปิดเทอมในการฝึกงาน ทำงานพิเศษ หรือไม่ก็เรียนรู้เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก 

วันนี้เรามีเด็กและเยาวชนเยอะมากถึงกว่า 13 ล้านคน โครงการนี้ สสส. จึงมีเป้าหมายจะจุดประกายสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติเด็กไทยให้หันมาใช้เวลาว่างทำกิจกรรมเป็นประโยชน์ในช่วงปิดเทอมมากขึ้นจึงพยายามตั้งต้นบุกเบิกและผลักดันให้เกิดการเผยแพร่ มีการจัดทำเว็บไซต์ปิดเทอมสร้างสรรค์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งทุกคนเข้ามาจะเห็นความหลากหลายของกิจกรรมมากมาย โดยตั้งเป้าให้มีการจัดอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และเพิ่มพูนขึ้น”

สำหรับกิจกรรมทั้ง 450 กิจกรรมที่ว่า แบ่งเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ 200 กิจกรรม และแหล่งเรียนรู้ถึง 250 แห่ง รวมถึงการเปิดรับตำแหน่งงานพิเศษ 3,000 ตำแหน่ง และการสนับสนุนทุนเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีโอกาสคิดริเริ่มกิจกรรมที่สนใจถึง 400 โครงการตลอดทั้งปี

“ช่วงปิดเทอมถ้าจำกันได้ช่วงเด็กๆ เป็นช่วงเวลาที่เรารอคอย เพราะมีหลายกิจกรรมให้เราอยากออกไปสัมผัส” ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) อีกหนึ่งภาคีผู้จัดกิจกรรมแฝงสาระเรียนรู้สำหรับเด็กไทยเอ่ย

ต่อว่าในปีนี้นอกจากเด็ก ๆ จะสามารถมาเรียนรู้วิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนานในพิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ แล้ว ทาง อพวช. จึงมีกิจกรรมพิเศษต้อนรับปิดเทอมมากกมาย อาทิ การสวมบทบาทเป็นสายลับสุดท้าทายไปกับนิทรรศการ “Spy : Code Breaker” และกิจกรรม“ปฏิทินจันทรคติไทย 200 ปี”กิจกรรม “enjoy maker space” ชมตัวอย่างการ สตัฟฟ์สัตว์ร่วมเรียนรู้ไปกับนิทรรศการที่มองไม่เห็น “บทเรียนในความมืด : Dialogue in the Dark” นิทรรศการจากประเทศเยอรมันที่จะทำให้เราใช้หัวใจนำทาง ฯลฯ 

“อพวช. อยากให้พ่อแม่มองเห็นความสำคัญของการพาลูกออกมานอกห้องสี่เหลี่ยม หรือโลกสี่เหลี่ยม ซึ่งพ่อแม่สามารถพาเด็กๆ มาร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เราจัดไว้ได้ตลอดปิดเทอมนี้”

ด้าน “มิวเซียมสยาม” ก็ดูจะไม่ยอมน้อยหน้า เพราะได้จัดเตรียมกิจกรรมไว้รองรับในทุกพิพิธภัณฑ์ของกรมศิลปากร ห้องสมุดมีชีวิตของทีเคพาร์ค นิทรรศรัตนโกสินทร์ และค่ายวิทยาศาสตร์ของ อพวช. เป็นต้น 

ซองทิพย์ เสริมสวัสดิ์ศรีผู้อำนวยการฝ่ายมิวเซียมสยามกล่าวว่า นอกจากนี้ทางมิวเซียมสยามยังมีการรวบรวมบัตรท่องเที่ยวนิทรรศการในชื่อ Muse pass บัตรเดียวเที่ยว 63 พิพิธภัณฑ์ทั่วไทย ที่จำหน่ายในราคาพิเศษเพียง 299 บาทเท่านั้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการพาบุตรหลานเข้าชมนิทรรศการ   

“ปิดเทอมสามเดือนคนเป็นพ่อแม่คงกลุ้มใจว่าจะพาลูกไปไหนดี เราไม่ได้มีแต่กิจกรรมพิพิธภัณฑ์อย่างเดียว แต่เรายังเป็นศูนย์รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจในประเทศไทยไว้ในเว็บไซต์อีกด้วย โดยทุกคนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ของมิวเซียมสยามได้ค่ะ”

ขณะที่รุ่นเล็กหรือวัยประถมเลือกที่จะสนุกกับกับกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ แต่สำหรับรุ่นโตแล้วคงมีไม่น้อยที่อยากใช้เวลากว่าสามเดือนนี้หารายได้พิเศษ นำไปใช้ตามเป้าหมายที่ตัวเองต้องการหรือซื้อของที่อยากได้

เทสโก้ โลตัส เป็นอีกภาคเอกชนที่เปิดโอกาสให้น้องๆ นักเรียนนักศึกษาสมัครเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ เพื่อหารายได้เสริมในช่วงปิดเทอมเป็นประจำทุกปี เฉลี่ยปีละกว่า 1,500-1,800 คน

จิรภิญญา ธงกลาง ผู้จัดการฝ่ายบุคคล เทสโก้ โลตัส สาขาพระราม 1 เล่าว่าในแต่ละปีทางห้างเปิดรับสมัครน้องๆ อายุ 15 ปีขึ้นไปซึ่งจะมาสามารถสมัครได้ที่สาขาของเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ

“หลักเกณฑ์แรกคือต้องมีผู้ปกครองให้ความยินยอมน้องๆ สามารถทำงานได้ขั้นต่ำ 4 ชั่วโมงแต่ไม่เกิน 7ชั่วโมง ในอัตราค่าจ้างชั่วโมงละ 50 บาท สำหรับน้องๆที่อายุงานหนึ่งปีขึ้นไปเรามีทุนการศึกษาเพิ่มให้ด้วยอีก 10% ของรายได้ทั้งปีที่เขาทำได้

สำหรับตัวน้องๆ การมาฝึกงานเป็นพนักงานที่นี่มองว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเขาเอง ซึ่งทางบริษัทก็ยินดีเพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีความเข้าใจง่าย เรียนรู้เร็วเวลาที่เราสอนงานเขา ที่สำคัญค่อนข้างเรียบร้อยและมีวินัยดีค่ะ”