เอ็นพีเอสใส่ใจคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชน จัด“เอ็นพีเอสรักษ์พลังงาน สร้างสุขให้ชุมชน” ปีที่ 5
ปี 2561 นี้ ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ กล่าวคือ สัดส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป เพิ่มขึ้น 20% หรือคิดเป็นหนึ่งในในห้าของประชากรทั้งหมด ซึ่งไม่ต่างจากในพื้นที่ ม.4 บ้านบุยายใบ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ที่มีสมาชิกในชุนชนจำนวน 1,200 คน ใน 290 ครัวเรือน พบว่า มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 30% โดยผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคต่างๆ สาเหตุมาจากความเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกายและโรคประจำตัวเรื้อรัง และพบว่าผู้สูงอายุ มักจะถูกปล่อยให้อยู่เฝ้าบ้านเรือนในช่วงกลางวัน ขณะที่ลูกหลานออกไปเรียนหนังสือ หรือทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้กับชุมชน ทำให้ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสหรือไม่ได้รับความสะดวกในการไปสถานพยาบาลชุมชนเพื่อตรวจเช็คสุขภาพตามระยะเวลาอันควร
“รักษ์พลังงาน สร้างสุขให้ชุมชน”
บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นพีเอส ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานปลูกได้ ซึ่งมีโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ได้ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิกในชุมชนทุกช่วงวัย จึงได้จัดโครงการ“รักษ์พลังงาน สร้างสุขให้ชุมชน” ต่อเนื่องมาเป็นปี ที่ 5 หรือครั้งที่ 47 โดยทุกๆเดือนพนักงานจิตอาสาของเอ็นพีเอสจะร่วมไปกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ออกไปเยี่ยมเยียนดูแลสุขภาพเบื้องต้นให้สมาชิกในชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ โดย อสม.จะทำการตรวจสุขภาพเบื้องต้น อาทิ การวัดความดันโลหิต ให้คำแนะนำด้านโภชนาการ สุขอนามัยที่ถูกต้องแก่สมาชิกในชุมชน และจิตอาสาเอ็นพีเอสมอบอาหารแห้ง ของใช้ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ยาสามัญประจำบ้าน ถุงยังชีพ ผ้าห่ม พัดลม ไฟฉาย ฯลฯ ให้ทุกครัวเรือนโดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนสิ่งของจำเป็นไปตามความเหมาะสมของฤดูกาล
กนกชล แม้นนิยม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ม.4 บ้านบุยายใบ กล่าวว่า กิจกรรมนี้มีส่วนทำให้ภารกิจในส่วนของการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น การตรวจวัดความดันโลหิต การให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และโภชการ ความเป็นอยู่ที่ถูกสุขลักษณะของชาวบ้านของในหมู่บ้านบุยายใบ บรรลุเป้าหมาย ซึ่งโดยปรกติแล้ว หากต้องเดินทางกันเอง ภายใน 1 ปีจะตรวจเยี่ยมได้ไม่ครบทุกหลังคาเรือน อย่างมากใน 1 ปี ก็สามารถไปตรวจเยี่ยมกันได้บ้านละครั้งเท่านั้น การที่มาร่วมกิจกรรมฯกับเอ็นพีเอสทำให้มีโอกาสได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถี่ขึ้น ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ ที่อยู่บ้านเพียงลำพังก็จะดีใจ มีกำลังใจ ที่ยังมีคนสนใจมาดูแลความเป็นอยู่ของเขา
ลุงไผ่ อยู่สุขสบาย อายุ 70 ปี หนึ่งในสมาชิกของหมู่บ้านบุยายใย คุยว่า ปกติก็ไม่ค่อยได้ไปหาหมอ เพราะโรงพยาบาลอยู่ไกล เดินทางลำบาก เมื่อมี อสม.ที่มีความรู้ด้านสุขภาพมาวัดความดัน ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ ทำให้ได้รับความสะดวก รวมทั้งพนักงานจิตอาสาของโรงไฟฟ้าเอ็นพีเอสได้มอบชุดยาสามัญประจำบ้าน และของใช้ที่จำเป็นต่างๆในบ้าน ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไปได้มากทีเดียว
จิตอาสาเอ็นพีเอส ตรวจซ่อมระบบไฟฟ้าแสงสว่างในครัวเรือน และรณรงค์การประหยัดพลังงาน
พร้อมๆไปกับเป็นการส่งเสริมด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีแล้ว พนักงานจิตอาสาของเอ็นพีเอสที่มีความชำนาญด้านไฟฟ้าอิเลกทรอนิกส์ก็ได้เข้าไปดูแล ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนสายไฟฟ้า หลอดไฟฟ้าให้มีสภาพการใช้งานที่สมบูรณ์มีความปลอดภัย หากครัวเรือนใดยังใช้หลอดไฟฟ้าแบบเดิมอยู่ก็จะทำการเปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดพลังงานให้ พร้อมกับมีการรณรงค์การประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการให้ความรู้ ความปลอดภัยในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในครัวเรือนอีกด้วย
ป้าปุ๊ เถามา อายุ 74 ปี เล่าว่าพนักงานจิตอาสาของเอ็นพีเอสที่เป็นช่างไฟได้มาเปลี่ยนหลอดไฟ ปลั๊กไฟ สายไฟที่ห้องครัวใต้ถุนบ้านซึ่งเก่าและชำรุดให้ใหม่ โดยเปลี่ยนจากหลอดไฟแบบนีออนเป็นหลอดผอมแบบใหม่ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ และป้าปุ๊ยังได้ให้ความสนใจกับการปฏิบัติตนเมื่อถูกไฟฟ้าช๊อต รวมไปถึงขอเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน จากทีมงานโครงการฯที่ได้มารณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยอีกด้วย
“ปลั๊กไฟในครัวที่ใช้อยู่มันช๊อต หลอดไฟก็ติดๆดับๆ ลำพังตัวป้าคงไม่มีปัญญาไปจ้างช่างไฟฟ้ามาซ่อม นี่ก็ได้ช่างไฟฟ้าที่เป็นพนักงานของโรงไฟฟ้าเอ็นพีเอสมาซ่อมและเปลี่ยนให้ ทำไฟสว่างไสว และได้ใช้กระทะกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทำกับข้าวในตอนมืดค่ำด้อย่างปลอดภัยซะที” ป้าปุ๊กล่าว
ประพนธ์ ประชุมฉลาด พนักงานจิตอาสาเอ็นพีเอส ที่มีความเชี่ยวชาญด้านช่างอิเลคทรอนิกส์ไฟฟ้า ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการเป็นจิตอาสาในกิจกรรมนี้ว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านช่างไฟฟ้า มาเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้เห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนญาติพี่น้องของเรา โดยเฉพาะผู้สูงวัยแค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้ว
การมอบแสงสว่างให้กับทุกครัวเรือนโดยการเปลี่ยนหลอดนีออนเป็นหลอดผอมประหยัดพลังงาน เป็นการรณรงค์ให้ชุมชนรู้คุณค่าของพลังงาน การมอบองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งสมาชิกในชุมชนมีสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรง มีความเป็นอยู่ที่ดีนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เอ็นพีเอสอยากให้เกิดขึ้นในการอยู่ร่วมกับชุมชน ตามแนวคิด “สร้างพลังงานให้มั่นคง พัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง”ของเอ็นพีเอสนั่นเอง เพราะเมื่อสมาชิกในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข จะมีพลังบวกในการทำหน้าที่ของตนได้อย่างแข็งขันเต็มหน้าที่ จะทำให้ชุมชน สังคม และประเทศชาติเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อเนื่องไป






