วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐ-เอกชนเห็นพ้องถึงเวลาต้องร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อโลก

มีการเปิดตัว สมาคมการค้าการท่องเที่ยวเครือข่ายเชิงนิเวศเอเชีย หรือ Association of Asia Ecotourism Network (AEN) สาขาประเทศไทย

นายมาซารุ ทากายามา นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรรมการเครือข่ายในไทยเปิดเออีเอ็น สาขาประเทศไทย หวังดันเมืองไทยสู่อีกหนึ่งศูนย์กลางหรือฮับแห่งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของโลก โดยกรรมการเป็นผู้เชี่ยวชาญจากสาขาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีนางสุภาภรณ์ ปราชญ์อำไพ เป็นอุปนายก ดร.พิมพ์รำไพ พันธุ์วิชาติกุล เลขาธิการ นางสุวดี ปาจรียางกูร เหรัญญิก นายนิพัฒธ์พงษ์ ชวนชื่น เหรัญญิก คนที่สอง นางสาวสาธิตา โสรัสสะ ประชาสัมพันธ์ นางสายชลี วรรณพฤกษ์ ปฎิคม นางดวงกมล จันสุริยวงศ์ กรรมการ นางสาวสุรีพร แซ่ว่อง กรรมการ

ในงานมีการอภิปรายหัวข้อ"แนวโน้มของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของโลกและความท้าทายในการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของเอเชีย" โดยดร.จิราภรณ์ พรมมะหา ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ,นายธเนศวร์ เพ็ชรสุวรรณ รองผู้ว่าฝ่ายสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ,นายแรนดี้ เดอแบนด์ ซีอีโอ สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก Global Sustainable Tourism Council (GSTC) และนายมาซารุ ทากายาม่า ประธานสมาคมท่องเที่ยวเครือข่ายเชิงนิเวศแห่งเอเชีย

นายแรนดี้ เดอแบนด์ ซีอีโอ สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก Global Sustainable Tourism Council (GSTC)กล่าวว่า เป็นความท้าทายของเอเชีย กับการที่ทุกประเทศต่างโหมโปรโมทดึงนักท่องเที่ยว แต่หลายประเทศลืมเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป ต่อไปนี้ต้องคำนึงว่าไม่ใช่แค่การโปรโมทให้คนมาเที่ยว แต่ต้องลงทุนการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความสุขให้ผู้คนในประเทศและของโลกไปด้วย

นายมาซารุ ทากายามา นายกสมาคม AEN กล่าวว่า การเปิดตัวสมาคม AEN ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ มีวัตถุประสงค์หลักคือ นำความรู้และประสบการณ์ของสมาชิกที่มาจากประเทศอาเซียนซึ่งมีไม่น้อยกว่า 20 ปีมาส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน  โดยตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทุกคนเริ่มต้นฝึกฝนฝีมือ ทำงานกันอย่างหนักหน่วงในการก่อตั้งสมาคม AEN ซึ่งปัจจุบันในเอเชียมีสมาชิกที่เน้นการท่องเที่ยวแบบอีโคทัวริซึ่มเพื่อความยั่งยืนกว่า 2,000 คน  วันนี้สมาคมเรียกว่ามีความพร้อมแล้วที่จะกำหนดให้มีการประชุมประจำปีทุกเดือนมิถุนายนของทุกปี และตั้งเป็นสำนักงานใหญ่ในประเทศไทยซึ่งถือเป็นเครือข่ายการท่องเที่ยวระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน  

ทั้งนี้ทางสมาคมได้หารือร่วมกันจะมุ่งมั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้เข้าสู่มาตรฐานอีโคทัวริซึ่ม โดยให้ความสำคัญการโปรโมทการท่องเที่ยวอีโคทัวริซึ่มผ่านกิจกรรมในโครงการต่างๆของแต่ละประเทศในอาเซียนตลอดทั้งปี อาทิ ไต้หวัน  ฟิลิปปินส์  อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ฯลฯ   

พร้อมกันนี้สมาคม AEN เปิดกว้างพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐบาล องค์กรต่างๆ บริษัทผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม ฯลฯที่สนใจร่วมเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีเป้าหมายปลายทางคือ ความสุขของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวและผู้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวมีความสุขในการให้การต้อนรับเพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้และอยู่อย่างยั่งยืน  โดยเชื่อมั่นว่า ความรู้และประสบการณ์ของสมาชิก จะสามารถเป็นแหล่งความรู้ให้ได้ พร้อมที่จะให้การสนับสนุนแล้วนำสิ่งที่ดีไปช่วยผู้อื่นให้มีความสุขต่อไป

ดร.จิราภรณ์ พรมมะหา ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงมีนโยบายสนับสนุนไทยสู่จุดหมายสีเขียวหรือกรีน เดสติเนชั่น โดยหวังที่จะเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนขึ้นในประเทศ การลดภาวะโลกร้อนและสนับสนุนกระบวนการทำงานของชาวบ้านหรือชุมชนไปสู่กาพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการยกระดับทั้ง 3 ด้านคือกรีนโฮเท็ลสแตนดาร์ด กรีนเรสเตอรองท์ และกรีนคอมมูนิตี้ ซึ่งในการประชุมเอทีเอฟที่กำลังจะมีขึ้นก็จะมีการมอบรางวัลในสาขาต่างๆเหล่านี้ด้วย

ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวว่า อพท.มีเป้าหมายเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ความสุขและการกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งชุมชนถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวซึ่งต้องมีการดูแลใส่ใจจริงจัง ในปี 2026 ไทยอาจมีนักท่องเที่ยวถึง 50-70 ล้านคน ถือเป็นความท้าทายต่อการรักษาดูแลสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในแหล่งท่องเที่ยว จะทำให้ชุมชนมีความสุขควบคู่กับการดูแลพื้นที่อย่างไร

นายธเนศวร์ เพ็ชรสุวรรณ รองผู้ว่าฝ่ายสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) กล่าวว่า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย ต้องใส่ใจว่ารายได้จะเข้าไปถึงชุมชนอย่างไร ปัจจุบันกระทรวงการท่องเที่ยวฯไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ต้องการดูคุณค่าว่าการท่องเที่ยวส่งมอบให้แก่ท้องถิ่น รอยยิ้ม ความสุข ของผู้คนอย่างไร ต้องสร้างสมดุลระหว่างแหล่งท่องเที่ยว ชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวไปด้วยกัน

สำหรับการเปิดตัวสมาคม AEN นี้ โดยมีเป้าหมายเนื่องจากปัจจุบันเอเชียเป็นแหล่งกำเนิดจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในขณะที่มีการรับรู้ และมีความชื่นชมผู้ประกอบการชั้นนำในวงการ รวมถึงมีความพยายามที่จะยกระดับผู้ประกอบการระดับล่างๆให้สูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพื่อการสงวนรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว แต่เพื่อขจัดความยากจน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ให้การศึกษาแก่เยาวชนรุ่นใหม่ ส่งผ่านภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษถ่ายทอดมา กระตุ้นให้เกิดพลังทางเศรษฐกิจแก่ท้องถิ่น สร้างรอยยิ้มให้ผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน

เออีเอ็น จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อของประสบการณ์และโอกาสในการทำงานร่วมกันของสมาชิกในระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้น ให้ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ สนับสนุนเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการศึกษาออนไลน์ และสร้างโอกาสที่องค์กรทั้งใหญ่และเล็กในเอเชียจะทำงานเป็นเครือข่ายร่วมกัน

ในส่วนพันธกิจองค์กร คือการประสานการแลกเปลี่ยนความรู้ การปรึกษาหารือด้านการตลาด การพัฒนาทางธุรกิจของผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนของเออีเอ็นได้แก่ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนทางการท่องเที่ยว หน่วยงานบริการ องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร  และสถาบันทางการศึกษา

ขณะที่แผนกลยุทธ์คือการสร้างโอกาสใหม่ๆให้ผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเข้าเป็นเครือข่าย การจัดหาและให้การศึกษาเรียนรู้แก่ผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วนของเออีเอ็นโดยใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัยทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อโอกาสในการเข้าร่วมการฝึกอบรมและเข้าถึงข้อมูลทางการตลาดที่สะดวกรวดเร็วมากขึ้น สร้างความแข็งแกร่งแก่ผู้มีส่วนร่วมทุกภาคส่วน โดยเน้นความสำคัญของการยกระดับสู่มาตรฐานสากล