วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปลดล็อคความรู้เชิงลึก สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอาเซียน

ด้วย Data และ Analytics โดย นายเคลาส์ แอนเดอร์เซ่น ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการของ เอสเอพี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจุบัน ดาต้าได้กลายมาเป็นขุมพลังใหม่ที่ขับเคลื่อนโลกของเรา ธุรกิจต่างๆได้มีการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของบริษัทหรือลูกค้าก็ตาม สู่การตัดสินใจที่ดีขึ้น ฉลาดขึ้น โดยเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้แบบเรียลไทม์ และมีพื้นฐานมากจากข้อมูลจริง ตั้งแต่การพัฒนาสินค้าตัวใหม่ ไปจนถึงการเข้าสู่ตลาดใหม่ หรือกำหนดกระบวนการทำงานรูปแบบใหม่

 

เทคโนโลยีใหม่ๆ จำนวนดีไวซ์ต่างๆที่เชื่อมต่อถึงกันซึ่งมากขึ้นเรื่อยๆในปัจจุบัน บวกกับเครื่องมือและขั้นตอนการจัดเก็บดาต้าที่ดีขึ้น นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทั้งในด้านจำนวนและประเภทของดาต้าที่มีอยู่ นักวิจัยทั่วโลกต่างเห็นพ้องกันว่า ขนาดของจักรวาลดิจิตอลจะเพิ่มขึ้นสองเท่าในทุกๆสองปีเป็นอย่างน้อย และจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 50 เท่าภายในสิบปีข้างหน้า นอกจากนี้ ดาต้าที่เกิดจากเครื่องจักรต่างๆยิ่งมีการเติบโตที่เร็วกว่าดาต้าประเภทอื่นมากถึง 50 เท่า การปฏิวัติด้านข้อมูลดังกล่าวกำลังก่อให้เกิดความเป็นไปได้ที่ไม่เคยมีมาก่อนจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงแค่สำหรับภาคธุรกิจ แต่ยังรวมไปถึงภาครัฐบาล ในการมอบความรู้ และเปลี่ยนแปลงสังคม พร้อมๆไปกับการขับเคลื่อนให้เกิดผลกระทบทางสังคมในเชิงบวก

 

ในขณะที่ภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโต และสอดคล้องไปกับการจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ความขาดแคลนด้านการใช้ประโยชน์จาก data และ analytics เพื่อปลดล็อคความรู้เชิงลึกซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถออกแบบโซลูชั่นเพื่อการแก้ปัญหาในสังคมที่สดใหม่ และสามารถก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงได้ ก็ยังคงมีอยู่มาก

 

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กำลังประสบกับความท้าทายที่เกิดจากการปฏิวัติด้านข้อมูล และการถือกำเนิดของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นๆทั่วโลก สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการต่อเยาวชนที่มีทักษะที่จำเป็นเพื่อเติบโตในระบบเศรษฐกิจดิจิตอลแบบใหม่มีมากขึ้น

 

ภูมิภาคอาเซียน คือภูมิภาคที่มีจำนวนสัดส่วนแรงงานมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก ต่อจากจีนและอินเดีย และเป็นกลุ่มแรงงานที่มีอายุน้อยที่สุดเช่นกัน มากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรอาเซียนมีอายุต่ำกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสิงคโปร์จะทำได้ดีตามดัชนี Asian Digital Transformation Index ที่จัดขึ้นโดย Economist Intelligence Unit (EIU) แต่ในฐานะภูมิภาคแล้ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงตามหลังในด้านโครงสร้างดิจิตอล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านทุนมนุษย์ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน (AIM) ปี 2020 นั้น มุ่งให้ความสำคัญกับความจำเป็นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับบุคลากรในยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนภูมิภาคไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีความปลอดภัย ยั่งยืน และขับเคลื่อนโดยระบบดิจิตอล      

 

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเตรียมความพร้อมด้านทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนในอนาคตเท่านั้น แต่มันคือการช่วยให้พวกเขาสามารถออกแบบโซลูชั่นเพื่อการแก้ปัญหาในสังคมที่สดใหม่ และสามารถก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงได้ ภูมิภาคอาเซียนจำเป็นต้องสร้างสัมพันธ์กับเหล่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงภาคประชาสังคม เพื่อก้าวข้ามความท้าทายพื้นฐานเหล่านี้ได้สำเร็จ

 

ความร่วมมือสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

โครงการเริ่มต้นอย่าง “ASEAN Data Science Explorers (ASEAN DSE)” การแข่งขันด้าน data analytics ซึ่งไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อสอนให้เยาวชนได้มีทักษะด้านดิจิตอล และใช้ประโยชน์จากพลังของดาต้าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังผลักดันให้เยาวชนเหล่านี้ให้ความสำคัญกับปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในอาเซียน ซึ่งล้วนอยู่ภายใต้ 6 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (United Nation Sustainable Development Goals) ได้แก่ (1) การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (2) การศึกษาที่เท่าเทียม (3) ความเท่าเทียมทางเพศ (4) การจัดการน้ำและสุขาภิบาล (5) การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ (6) เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน

 

มูลนิธิอาเซียนได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มธุรกิจ รัฐบาล กลุ่มชุมชน และกลุ่มอาจารย์ต่างๆ โดยโครงการดังกล่าว มีผู้สมัครเข้าแข่งขันทั้งหมด 804 คน จาก 112 สถาบันการศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ โดยนักศึกษาผู้เข้าร่วมได้นำเสนอไอเดียที่สามารถทำได้จริงซึ่งสามารถดำเนินตามแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ปี 2025 (ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint 2025) ได้อย่างประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ นักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการ ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ analytics ผ่านทางเว็บไซต์ และการสัมมนาที่จัดขึ้นในประเทศของตนเอง เพื่อมอบทักษะด้านดิจิตอลที่จำเป็นเพื่อรับมือกับปัญหาทางสังคมต่างๆ และเติบโตในระบบเศรษฐกิจดิจิตอลได้อย่างแข็งแกร่ง

 

นักศึกษาจากอินโดนีเซีย ได้มุ่งมั่นในการหาวิธีการเร่งการผนวกทางการเงินให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นหนทางในการขจัดความยากจน นอกจากนี้ การเกษตรยังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศลาว ส่งผลให้นักศึกษาจากลาวได้นำเสนอแนวทางการทำการเกษตรแนวตั้งอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มผลผลิตในภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ โซลูชั่นที่กล่าวมาทั้งหทดข้างต้น สามารถนำมาปรับใช้ในภูมิภาคเพื่อขับเคลื่อนให้ภูมิภาคได้รับการพัฒนาและเดินหน้าต่อไปอย่างได้ผล    

 

ยกระดับการเพิ่มอำนาจด้านดิจิตอล และการเติบโตอย่างยั่งยืน

จากการที่สิงคโปร์จะขึ้นเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า ประเด็นที่ถูกให้ความสำคัญคือเรื่องของการยกระดับการริเริ่มด้านดิจิตอลทั่วภูมิภาค โดยโครงการ ASEAN Data Science Explorers จะเดินหน้าสนับสนุนความตั้งใจของอาเซียนในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นด้วยการผลักดันให้เกิดความรู้ความเข้าใจด้านดิจิตอลในหมู่เยาวชนของเรา ผสมผสานด้วยประเด็นหลักในด้านการเป็นผู้นำ ความยืดหยุ่น และการสร้รางสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ การร่วมกันพัฒนาความสามารถเชิงดิจิตอลของเรา จะนำไปสู่เศรษฐกิจโลกที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ และเป็นที่ซึ่งเยาวชนจะมีความพร้อมในการรับมือกับปัญหาต่างๆที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตาม