วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

การปรับกระชับรูปหน้า ย้อนวัยให้ผิวดูอ่อนเยาว์

การแก้ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิวหน้านั้น จำเป็นต้องอาศัยความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกันมาประยุกต์เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ผลดี

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนัง และโครงสร้างผิวหน้าที่สำคัญอยู่หลายประการ เช่น ผิวหน้าเริ่มมีความหย่อนคล้อยไม่กระชับ มีเหนียงใต้คาง เริ่มมีริ้วรอยบริเวณต่างๆ ของใบหน้า เช่น เส้นรอยที่หน้าผาก ขมวดคิ้ว เส้นริ้วรอยรอบดวงตา และใต้ตา เริ่มมีริ้วรอยร่องลึก บริเวณร่องแก้ม ร่องมุมปาก รวมถึงมุมปากตก ริ้วรอยรอบปาก ใต้ตาโหลเป็นร่อง มีความคล้ำไม่สดใส ดูเหนื่อย รูขุมขนกว้างขึ้นและผิวหยาบกร้าน

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวหน้าในทุกชั้นตั้งแต่กระดูก ไขมันชั้นลึกและตื้น เนื้อเยื่อค้ำจุนใต้ผิว กล้ามเนื้อ ตลอดจนผิวหนังแท้และหนังกำพร้าที่บางลง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปรียบได้กับบ้านที่ทรุด ทำให้โครงสร้างผิวหน้ามีการเปลี่ยนแปลงดังที่กล่าวข้างต้น

โชคดีที่เราอยู่ในยุคที่มีเทคโนโลยีดีๆ มากมาย ที่มาเป็นตัวช่วยชะลอวัย โดยหมอขอกล่าวถึงเทคโนโลยีที่กำลังฮอตฮิตในขณะนี้

            1) คลื่นวิทยุขั้วเดียวพลังงานสูง (Monopolar Radiofrequency)

ในยุคนี้หากไม่พูดถึงเทคโนโลยีคลื่นวิทยุคงไม่ได้ เพราะสามารถช่วยยกกระชับผิวหน้าได้จริง ได้ผลดี โดยคลื่นจะให้พลังงานความร้อนไปที่ชั้นหนังแท้ชั้นลึก และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัว และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ จึงช่วยในการยกกระชับผิวให้เต่งตึง (Skin Tightening) ยกคิ้ว ลดแก้ม และไขมันใต้คาง ทำให้รูขุมขนกระชับ เล็กลง และยังสามารถใช้กระชับสัดส่วน ลดความหย่อนคล้อยที่ผิวที่ลำตัวได้อีกด้วย หลังทำจะสามารถเห็นผลการยกกระชับผิวได้ทันที โดยจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 3 เดือน และอยู่ได้นาน 1-2 ปี โดยในขณะทำผู้ป่วยรู้สึกเพียงอุ่นๆ เนื่องจากมี Cryogen Spray ให้ความเย็น และระบบสั่นทำให้รู้สึกสบายๆ ขณะทำ หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีแผล

            2) คลื่นอัลตราซาวด์ (Microfocused Ultrasound)

คลื่นอัลตราซาวด์ ให้พลังงานเป็นจุดเล็กๆ ละเอียดมากกว่า 65 องศาเซลเซียส ลงลึกไปที่ชั้นหนังแท้ ชั้นตื้นและลึก ชั้นกล้ามเนื้อ และ SMAS (ชั้นพังผืดที่ศัลยกรรมพลาสติกใช้ผ่าตัดดึงหน้า) จึงเป็นการยกหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดครับ (Face Lifting) ความร้อนดังกล่าวทำให้เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัวและกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ (Collagen Denaturation and Neocollagenesis) โดยกระบวนการดังกล่าวทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เกิดการยกกระชับ ทำให้ใบหน้าเรียว ยกคิ้ว ลดเหนียงใต้คาง สามารถใช้ลดริ้วรอยที่เนินหน้าอกและตัวได้อีกด้วย

หลังทำสามารถเห็นผลการยกกระชับได้ทันที ผลของการยกกระชับจะเห็นผลสูงสุดใน 3 เดือนและอยู่ได้นาน 1-2 ปี สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่มีแผล ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ปัจจุบันคลื่นอัลตราซาวด์ เป็นเทคโนโลยีในการยกกระชับที่สามารถทำการรักษาลงลึกได้มากที่สุดและสามารถทำการรักษาได้อย่างปลอดภัย

            3) ฟิลเลอร์

ในยุคนี้หลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี Fillers ถือเป็นนางเอกในการยกกระชับ Fillers ที่ใช้ฉีดให้คนไข้ เป็นชนิดที่ปลอดภัยสูง เป็นสาร Hyaluronic Acid ซึ่งเรามีอยู่แล้วในผิวหนังของเรา สลายได้เอง จุดประสงค์ในการฉีดเพื่อไปเติมในส่วนที่พร่อง เช่น กระดูกที่ยุบ เส้นใยค้ำจุนใต้ผิวที่หย่อน ไขมันชั้นลึกที่น้อยลง เป็นการรักษาที่ฟื้นฟูทำให้โครงสร้างผิวหน้ากลับมาสวยได้รูป ดูอ่อนกว่าวัยและยังเป็นการชะลอวัยและความเสื่อมในอนาคตได้อีกด้วยครับ โดยหลังฉีดสามารถเห็นผลยกกระชับได้ทันทีครับ นอกจากนี้ริ้วรอยร่องแก้ม ร่องมุมปาก เส้นริ้วรอยรอบปาก ก็สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้

            4) การฉีดสารคลายกล้ามเนื้อ

            Botulinum Toxin หรือ Botox เป็นการรักษาที่ทุกคนคงรู้จักกันดี ใช้ในการลดริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยจากการเลิกหน้าผาก ขมวดคิ้ว ริ้วรอยบริเวณหางตา ใต้ตา ฉีดเพื่อลดกรามและยกกระชับใบหน้า (Botox Lifting) จากการศึกษาในปัจจุบันยังเชื่อว่าการฉีด Botox เป็นการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ซึ่งอาจจะป้องกันการเกิดริ้วรอยร่องแก้มและความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคตได้อีกด้วย

            5) Fractional Erbium Yag Lasers

คือเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 2940 nm. สามารถนำมารักษาปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง รอยหลุมสิวและผิวหยาบกร้านได้ดีมาก นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ทำการรักษาในบริเวณช่องปาก เพื่อลดริ้วรอยร่องแก้ม ร่องมุมปาก ริ้วรอยรอบปาก และลดอาการนอนกรนได้อีกด้วย ขณะทำการรักษาผู้ป่วยจะรู้สึกอุ่นๆ เท่านั้น หลังรักษาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เหมาะกับคนไข้ที่ไม่อยากฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวเจ็บและรอยช้ำ เทคโนโลยีดังกล่าวมีความปลอดภัยสูงและมีประสิทธิภาพดี

จะเห็นว่าการแก้ปัญหาริ้วรอยและความหย่อนคล้อยของผิวหน้านั้น จำเป็นต้องอาศัยความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกัน และยังมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีทางการรักษาหลายๆ อย่าง มาประยุกต์เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดี การรักษาดังกล่าวยังเป็นการชะลอวัยในอนาคตอีกด้วย

สิ่งที่หมออยากฝากคือ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายออกมาให้คนไข้เลือกรักษามากมายก็จริง แต่จริงๆ แล้วมีเพียงไม่กี่เครื่องที่มีงานศึกษาวิจัยว่าได้ผลการรักษาดีจริงและปลอดภัย ดังนั้นผู้ป่วยคงต้องศึกษาหาข้อมูลและสอบถามจากแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อให้ได้ผลยกกระชับที่ดีและมีความปลอดภัย

น.พ.สุรญาณ ศรีแสน

แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนัง เลเซอร์และความงาม

โรงพยาบาลเวชธานี