วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

SACICTชวนชมสุดยอดงานหัตถศิลป์ล้ำเลอค่าจากครูศิลป์ของแผ่นดิน

” 27-30 เมษายน 2560 งาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 8 เพื่อสืบทอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญาของงานศิลปหัตถกรรม ขยายโอกาสทางการค้า

 

 

SACICT หรือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) พร้อมจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม” ครั้งที่ 8 เพื่อสืบทอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญาของงานศิลปหัตถกรรม ขยายโอกาสทางการค้า และเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับงานหัตถศิลป์ไทยอันล้ำค่า ภายใต้แนวคิด “เล่าขานตำนานหัตถศิลป์ สู่วิถีชีวิตปัจจุบัน” 27-30 เมษายนนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าและความงดงามของงานหัตถศิลป์ไทยให้สามารถดำรงอยู่ และมีการพัฒนาต่อยอดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบันได้ จึงได้จัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 8” ขึ้น เพื่อต้องการกระตุ้นให้คนไทยทุกคน ร่วมกันสืบสาน ส่งเสริมงานหัตถศิลป์ไทยอันเป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตลอดจนเป็นการขยายโอกาสทางการค้าให้กับงานหัตถศิลป์ไทยสู่ตลาดระดับสากลต่อไป

“อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 8” นี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เล่าขานตำนานหัตถศิลป์ สู่วิถีชีวิตปัจจุบัน” โดยมุ่งเน้นเผยแพร่องค์ความรู้งานหัตถศิลป์ไทยที่กำลังจะสูญหาย (Revival of the Forgotten Heritage) ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานหัตถศิลป์ที่มีความประณีต และมีอัตลักษณ์ จากครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ในโซน “เล่าขานตำนานหัตถศิลป์” ซึ่งโซนนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้และศึกษาวิธีการสร้างสรรค์ชิ้นงาน เทคนิคเฉพาะของงานหัตถศิลป์ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากครูศิลป์ของแผ่นดิน อย่างใกล้ชิด ได้แก่

ครูเสน่ห์ แจ่มจิรารักษ์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน พ.ศ.2552 ผู้เชี่ยวชาญด้านงานตะลุ่ม เตียบ พานแว่นฟ้า ซึ่งยึดแบบฉบับช่างชั้นสูงอยุธยา คงรูปลักษณ์ กรรมวิธี แบบเก่าอย่างเหนียวแน่น พร้อมพัฒนารูปทรงให้เหมาะกับยุคสมัย

ครูวิรัตน์ ปิ่นสุวรรณ ครูศิลป์ของแผ่นดิน พ.ศ.2559 ผู้เชี่ยวชาญด้านงานเบญจรงค์ โดยใช้กรรมวิธีประณีต ใช้พู่กันในการเติมสีแทนการลงสีแบบนูน งานเพ้นท์สี รวมถึงคุณภาพของน้ำทอง จึงทำให้แต่ละผลงานใช้เวลาค่อนข้างมาก เพื่อผลงานที่มีคุณภาพดี

ครูมีชัย แต้สุจริยา ครูศิลป์ของแผ่นดิน พ.ศ.2559 ผู้เชี่ยวชาญด้านงานผ้ากาบบัว ที่มีเอกลักษณ์ด้วยเส้นยืนย้อมอย่างน้อยสองสีเป็นริ้วตามลักษณะ “ซิ่นทิว” ซึ่งเป็นผ้าขวางลำตัว ทอพุ่งด้วย 3 เทคนิค คือ มัดหมี่ การควบเส้นสีมับไม และการขิดหรือยก โดยเริ่มจากขิด 1 ไม้ 2 ไม้ เป็นลายจุดไข่ปลา ลายบักจับหรือลายดอก ลายจกดาว ลายเขี้ยวปลา จนมาสู่การขิดหรือยกที่เป็นลายเยียรบับลาวในผ้ากาบบัว ซึ่งทอด้วยเส้นทองทำให้ลวดลายเด่นชัดกว่าสีพื้น อีกทั้งได้มีการนำเทคนิคดั้งเดิมผสมผสานกับความทันสมัยด้วยการทอผ้ามัดหมี่ และสอดเสริมเส้นพุ่งด้วยลูกปัดแก้ว หิน เม็ดเงิน ใช้เทคนิคการล้วงหรือ Tapestry Weave มาผสานงานมัดหมี่ของอีสาน เกิดเป็นลวดลายที่สวยงาม

ครูดิเรก สร้อยสีดา ครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ.2556 ผู้เชี่ยวชาญด้านงานแผ่นภาพโลหะ ที่มีลักษณะเด่นของการต้องลายล้านนา โดยการแกะลายทั้งสองด้านแล้วใช้วิธีการดุนลายจากด้านในให้นูนตามโครงร่างรอบนอกของลายก่อน แล้วจึงใช้วิธีการตอกลายจากด้านนอกเข้าไปเพื่อทำรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ครูนิพนธ์ ยอดคำปัน ครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ. 2555 ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องทองโบราณ โดยศึกษางานศิลปะโบราณทั้งสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และลายผ้า รวมถึงเทคนิคโบราณจากสกุลช่างต่างๆ มาบูรณาการร่วมกับเทคนิคการทำทองสมัยใหม่

นอกจากนี้ เชิญเลือกซื้องานหัตถศิลป์ไทยจากฝีมือครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และเครือข่ายสมาชิกของ SACICT กว่า 50 ร้าน อาทิ งานผ้าทอ ผ้าบาติก งานเครื่องเงิน เครื่องทอง ของตกแต่งบ้าน เครื่องแต่งกาย และอื่นๆ

SACICT จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันส่งเสริม และอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ไทยอันทรงคุณค่า ให้เป็นสมบัติของชาติสืบไป ที่งาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 8” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-30 เมษายน 2560 ระหว่างเวลา 10.00–21.00 น. ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 และไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรสายด่วน 1289 , www.sacict.or.th , facebook.com/sacict