วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560

จัดสัมมนาเรื่อง “เมื่อแม่น้ำเปลี่ยนทิศ……การปรับตัวสู่เทคโนโลยียุคใหม่…”“How to cope with Change.......Disruptive Technology”

 

การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ Disruptive Technology

อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ภายใต้ช่วงการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน (Disruption) เช่น รถไฟฟ้า (EV) , รถยนต์ที่สามารถขับได้ด้วยตัวเอง (Self Driving Car) ที่นับเป็น Disruption ครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์และเมื่อเกิดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ ของพวกนี้มันมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงอยู่ในเวลาเดียวกัน นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าโลกยุคต่อไปเป็นโลกที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคน มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ”

 

การที่รถไฟฟ้ากำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เราคาดหวังไว้ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนผลักดันรถไฟฟ้าให้ได้ 1.2 ล้านคันในปี 2579 รถไฟฟ้ามีหลายประเภท เช่น รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ (BEV) ,รถยนต์ไฮบริด, ปลั๊กอินไฮบริด ,รถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจน แม้กระทั่งรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ICE internal compulsion Engine ก็มีพัฒนาการต่อเนื่องเช่นกัน จะเห็นได้ว่า “ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นไหนก็ตามจะต้องมีลักษณะร่วมกันคือต้องประหยัดพลังงาน และตอบโจทย์ในเรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” โจทย์ต่อมาคือจะต้องมีระบบที่ช่วยคนขับทั้งหมดจนเกิดเป็น Automation Car

รถประหยัดพลังงาน ต้องมีน้ำหนักเบาลง แต่ความแข็งแกร่งทนทาน หรือคุณลักษณะทางกายภาพยังต้องดีแบบเดิม ซึ่งส่วนนี้จะกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนทุกชิ้นส่วน รวมทั้ง Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ คาดหวังได้ว่าในระยะเวลาภายใน 10 ปีจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงวัสดุรถยนต์ขนานใหญ่ “ถ้าไทยปรับตัวเข้ากับยานยนต์สมัยใหม่ไม่ทัน คลัสเตอร์ที่อยู่ในประเทศไทย ที่เคยเป็นความแข็งแกร่งคุ้มครองประเทศไทยอยู่ก็จะหายไป”

 

หากประเทศไทย ต้องเลือกเทคโนโลยียานยนต์ มีความท้าทาย 4 เรื่องที่ต้องทำให้ถูก ดังนี้...

 

  1. เลือกถูกเทคโนโลยี การเลือกเทคโนโลยีที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีเองนั้น ถ้าประเทศไทยต้องเลือกส่งเสริมเราจะส่งเสริมเทคโนโลยีใด เราต้องเลือกให้ถูก
  2. เลือกถูกเวลา คือส่งเสริมอย่างถูกจังหวะ หากเลือกเทคโนโลยีเร็วเกินไป จะทำให้เสียเงินในการส่งเสริมมากแต่ของไม่เกิด หากเลือกช้าเกินไปก็ตกขบวน เพราะฉะนั้นเรื่องถูกเวลาจึงสำคัญ
  3. เลือกถูกที่ หมายความว่า ยังรักษาให้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก
  4. เลือกถูกนโยบาย นโยบายส่งเสริมที่ออกมานั้น ต้องมีการกำหนดมาตรการที่ถูกต้องเหมาะสม

“ผมคิดว่าวิธีเลือกของประเทศไทย คือ เราไม่ควรไปเลือกที่ตัวเทคโนโลยี แต่เราไปเลือกตัวที่เป็นตัวบั้นปลาย แบบไหนก็ได้ที่สะอาด”เพราะฉะนั้น เราต้องส่งเสริมการผลิตอย่างเสมอภาค แปลว่าเราไม่ควรไปฟันธงแบบด่วนเกินไปว่าเราจะไปเลือกเทคโนโลยีใด เพราะสุดท้ายเราไม่ใช่เจ้าของเทคโนโลยีด้วยซ้ำ ต้องส่งเสริมการผลิตอย่างเสมอภาคและส่งเสริมการใช้ตามความเขียว นั่นก็คือควรจะอุดหนุนรถที่ผลิตและปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อย และควรส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่สอดคล้องรองรับกับเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น เช่น สถานีชาร์จ

รัฐบาลต้องส่งเสริมแบบเป็นกลางทางเทคโนโลยี ส่งเสริมแบตเตอรี่ ส่งเสริมมอเตอร์ พยายามทำให้เกิดการผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ภายในประเทศไทย ผมคิดว่าอยากเห็นนโยบายของประเทศไทยส่งเสริมการผลิตแบบเสมอภาค ส่งเสริมการใช้โดยการเก็บภาษีสรรพสามิตตามความเขียวและส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานตามกลไกที่ตลาดลงทุน ส่งเสริมโดยการเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตรถไฟฟ้าที่สะอาดในอนาคตโดยใช้เทคโนโลยีอะไรก็ได้ วิธีนี้ประเทศไทยน่าจะได้ประโยชน์ในการพัฒนาชิ้นส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ทุกทิศทุกทางมากกว่า