วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีทีเอส-แสนสิริชูความสำเร็จพัฒนาคอนโดร่วมกันแล้ว

8 โครงการล่าสุดเผยโฉม “เดอะไลน์สุขุมวิท 71” แล้วเสร็จ 100% โอนแล้ว60%และได้รับความนิยมจากชาวต่างชาตินิยมซื้ออยู่อาศัยจำนวนมาก

 

บีทีเอส-แสนสิริเผยความสำเร็จจากการร่วมมือกันพัฒนาคอนโดมิเนียมแนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชนโดยพัฒนาร่วมกันไปแล้วถึง 8 โครงการมูลค่ารวม 30,000 ล้านบาทล่าสุดส่งเดอะไลน์ 2 โครงการใหม่ “เดอะไลน์สุขุมวิท 101” และ “เดอะไลน์พหลฯ – ประดิพัทธ์” กวาดยอดขายรวมกันแล้วกว่า4,000 ล้านบาทเชื่อมั่นจุดแข็งด้านผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยของแสนสิริผนึกศักยภาพของบีทีเอสกรุ๊ปฯส่งผลให้ประสบความสำเร็จในทุกโครงการต่อเนื่องเดินหน้าต่อตามแผนธุรกิจ 5 ปีจับมือพัฒนาคอนโดมิเนียมในแนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชนภายใต้บริษัทร่วมทุนจำนวน 25 โครงการมูลค่าโครงการรวมถึง 1 แสนล้านบาทพร้อมเผยโฉม “เดอะไลน์สุขุมวิท71” แล้วเสร็จ 100% โครงการแรกภายใต้บริษัทร่วมทุนที่จะเริ่มรับรู้กำไร ล่าสุดมียอดโอนแล้วถึง 60% เผยมีชาวต่างชาติสนใจซื้อโครงการนี้เพื่อพักอาศัยจำนวนมากจนถึงเกือบเต็มโควต้าซื้อต่างชาติ

 

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่าหลังจากบริษัทฯ ประกาศความร่วมมือกับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยในช่วงระยะยาว 5 ปีมีแผนร่วมมือกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในแนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชน ภายใต้บริษัทร่วมทุน ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างกลุ่มบริษัทบีทีเอส และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) 50 : 50จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 25 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท ล่าสุดด้วยความแข็งแกร่งในด้านเงินทุนของกลุ่มบริษัทบีทีเอสที่เตรียมพร้อมไว้เพื่อรองรับการลงทุนในการขยายธุรกิจรถไฟฟ้า และความพร้อมด้านบุคลากร รวมถึงการมีที่ดินที่พร้อมพัฒนาในมือของกลุ่มบริษัท ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของแสนสิริส่งผลให้ทั้งสองบริษัทพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมร่วมกันไปแล้วจำนวนรวมทั้งสิ้น 8 โครงการ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาทปัจจุบันมียอดขาย 70% จากจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,963 ยูนิต รวมมูลค่า 21,000 ล้านบาทซึ่งเกือบทุกโครงการล้วนประสบความสำเร็จในการเปิดการขาย โดย4 ใน 8 โครงการสามารถปิดการขาย (Sold Out) ลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันเปิดพรีเซลล์ ในขณะที่อีก 4 โครงการที่เปิดตัวในปีนี้ก็มีการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเช่นกัน ด้วยยอดขายรวมกันแล้วกว่า 7,500 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริและบีทีเอส  รวมทั้งดีมานด์ความต้องการคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องทั้งจากลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

 

ทั้งนี้ล่าสุด บีทีเอส กรุ๊ปฯ และ แสนสิริ ได้เปิดเผยโฉมโครงการคอนโดมิเนียมที่แล้วเสร็จ 100% เป็นโครงการแรกภายใต้ความร่วมมือของสองบริษัทที่จะเริ่มรับรู้กำไรในโครงการ “เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 71” โดยโครงการนี้นับเป็นคอนโดมิเนียมโครงการที่ 2 ที่เปิดการขายต่อเนื่องจากโครงการเดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต และสามารถปิดการขายได้ทันทีในวันพรีเซลล์ โดยประสบความสำเร็จทั้งจากยอดขายตลาดต่างชาติ ฮ่องกง – สิงคโปร์ – ไต้หวัน ซึ่งให้การตอบรับโครงการนี้ถึงเกือบเต็มโควต้าซื้อต่างชาติ รวมถึงลูกค้าชาวไทยที่ให้ความเชื่อมั่นและตอบรับอย่างดีตั้งแต่วันเปิดขายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมาจนสามารถปิดการขายโครงการจำนวน 291 ยูนิต มูลค่า 2,000 ล้านบาทได้ทันทีปัจจุบันมียอดโอนแล้วถึง 60%

 

สำหรับคอนโดมิเนียมโครงการ เดอะ ไลน์ สุขุมวิท71” เป็นคอนโดมิเนียมแบบไฮไรซ์ Fully Furnished ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Opportunity is Everything, Location is Everything” โอกาสทางธุรกิจและที่อยู่อาศัยในอนาคต ด้วยศักยภาพโครงการที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าBTS พระโขนงเพียง 400 เมตร และเส้นทางต่างๆ ที่เชื่อมต่อโซนสำคัญได้รอบด้าน รวมทั้งยังเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ที่ใกล้ย่านเอกมัยและทองหล่อซึ่งปัจจุบันพร้อมโอนให้ลูกค้าเข้าพักอาศัยหรือลงทุนปล่อยเช่าโดยมียอดโอนแล้วถึง 60 %โดยหลังจากนี้บีทีเอส กรุ๊ปฯ และแสนสิริจะเตรียมเปิดตัวโครงการ เดอะ ไลน์ จตุจักร – หมอชิต ซึ่งจ่อคิวแล้วเสร็จเป็นโครงการต่อไปในช่วงปลายปี 2560

 

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริจำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่าความสำเร็จจากการร่วมทุนตามแผนความร่วมมือในระยะ 5 ปีที่แสนสิริและกลุ่มบริษัทบีทีเอสมีแผนพัฒนาคอนโดมิเนียมในแนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชนภายใต้บริษัทร่วมทุนได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ 2 องค์กรที่มีความพร้อมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งซึ่งกันและกันส่งผลให้ประสบความสำเร็จจากการเปิดการขายคอนโดมิเนียมในเกือบทุกโครงการตั้งแต่ในปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทั้งโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “เดอะไลน์”และแบรนด์อื่นๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวไปแล้ว 8 โครงการได้แก่1. เดอะไลน์จตุจักร-หมอชิตมูลค่าโครงการ 6,000 ล้านบาท 2. เดอะไลน์สุขุมวิท 71 มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท 3. เดอะไลน์ราชเทวีมูลค่า 2,900 ล้านบาท4. เดอะไลน์อโศก-รัชดามูลค่าโครงการ 2,900 ล้านบาท5.เดอะ ไลน์ สุขุมวิท 101 มูลค่าโครงการ 4,200 ล้านบาท 6. เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์มูลค่าโครงการ 5,800 ล้านบาท 7. เดอะเบสการ์เดน-พระราม 9 มูลค่า 2,280 ล้านบาทและ 8.คุณ บาย ยู อินสไปร์ บาย สตาร์คมูลค่า 4,000 ล้านบาท

 

“นอกจากนี้ คอนโดมิเนียมภายใต้ความร่วมมือกับบีทีเอส กรุ๊ปฯ ทุกโครงการยังประสบความสำเร็จด้านยอดขายในตลาดต่างชาติ ซึ่งมาจากการที่ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในจุดแข็งด้านการเป็นผู้นำการพัฒนาที่อยู่อาศัยของแสนสิริผนึกศักยภาพของกลุ่มบริษัทบีทีเอสในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวฮ่องกงเป็นอย่างดีโดยการโรดโชว์ที่ฮ่องกงทุกโครงการ มีลูกค้าชาวฮ่องกงให้ความสนใจโครงการและเข้าร่วมงานโรดโชว์จำนวนมากส่วนหนึ่งมาจากความมีชื่อเสียงและการเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีของคุณคีรีกาญจนพาสน์ประธานกรรมการบริษัทบีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มลูกค้าชาวฮ่องกงซึ่งให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นคุณคีรีเป็นอย่างมากจนส่งผลให้สามารถสร้างยอดขายโครงการจากลูกค้าต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก” นายเศรษฐา กล่าว

 

สำหรับในปีนี้แสนสิริตั้งเป้าหมายรายได้คอนโดมิเนียมในปี 2559 ไว้ที่ 20,000 ล้านบาทโดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายรวมกับการที่บริษัทเริ่มมีรายได้จากการบริหารโครงการภายใต้บริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสทั้งนี้ล่าสุดบริษัทมีรายได้จากคอนโดมิเนียมแล้วประมาณ15,000 ล้านบาทเติบโตจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมที่ทยอยโอนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดอาทิ The XXXIX’ (เดอะเทอร์ทีไนน์), ดีคอนโด รังสิต, ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท บางแสน, บ้านปลายหาด วงอมาตย์ พัทยา, ดีคอนโด นิม เชียงใหม่รวมถึงล่าสุดยังได้เตรียมโอนโครงการคอนโดมิเนียมเอดจ์สุขุมวิท 23 (EDGE Sukhumvit 23)ในเดือนธันวาคมนี้ นอกจากนี้ปัจจุบันแสนสิริและบริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Presale backloq) ที่รองรับการรับรู้รายได้ในอีก4ปีข้างหน้าแล้วประมาณ38,300ล้านบาทโดยแบ่งเป็นยอดขายรอรับรู้รายได้ของแสนสิริ17,600ล้านบาทและยอดขายรอรับรู้รายได้ของบริษัทร่วมทุนกับบีทีเอสอีก 20,700ล้านบาท

 

ล่าสุด แสนสิริและบีทีเอส ยังประสบความสำเร็จจากการเปิดขายเดอะไลน์ 2 โครงการใหม่ได้แก่ “เดอะไลน์พหลฯ – ประดิพัทธ์” ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าคนไทยสนใจซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และ“เดอะไลน์สุขุมวิท 101” ที่สามารถสร้างยอดขายจากลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และสนใจซื้อเพื่อลงทุนรวมทั้งสามารถสร้างยอดขายจากตลาดต่างชาติได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาทหลังเปิด Global Launch พร้อมกันใน 6 ประเทศเอเชีย ได้แก่ฮ่องกง-สิงคโปร์-ไต้หวัน-จีน-มาเลเซียและไทยโดยทั้ง 2 โครงการมีดีมานด์สูงตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดโครงการเพราะอยู่ในทำเลเมืองใกล้รถไฟฟ้าและความสำเร็จจากแนวคิดการอยู่อาศัยแบบ “Co-Living Space” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไทยกับคอนโดมิเนียมทำเลเมืองที่จัดเต็มพื้นที่ให้สามารถแบ่งปันความสุขร่วมกันในทุกพื้นที่ใช้สอย ส่งผลให้เปิดพรีเซลล์ 2  วัน สามารถสร้างยอดขายได้รวมกว่า4,000 ล้านบาท

 

 

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

คุณพัชนียา โทร. 02-617-7300

[email protected]

คุณมรกต   โทร. 02-273-8511

[email protected]

 

 

บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน)

คุณภิญญาพัชญ์ โทร. 02-201-3536 [email protected]

คุณดวงพร โทร.02-201-3768 [email protected]