เตรียมพร้อมให้ภาครัฐเข้าตรวจสอบกับฟาร์ม และรับรองการดูแลและบริหารแรงงานของฟาร์ม และพร้อมมีมาตรการกับฟาร์มที่ทำไม่ถูกต้อง
ฟาร์มเกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพของซีพีเอฟได้ร่วมประกาศความมุ่งมั่นที่จะนำหลักปฏิบัติต่อแรงงานที่ดี (GLP) ไปใช้ในฟาร์ม ครบทั้งหมด 426 รายแล้ว ซีพีเอฟเชิญให้ภาครัฐเป็นองค์กรกลางช่วยตรวจสอบและรับรองการดูแลและบริหารแรงงานของฟาร์ม และพร้อมมีมาตรการกับฟาร์มที่ทำไม่ถูกต้อง
นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านทรัพยากรบุคคล บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทฯ ได้จัดอบรมหลักปฏิบัติต่อแรงงานที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ หรือ Good Labour Practices(GLP) แก่เกษตรกรเลี้ยงไก่ให้กับซีพีเอฟ และทุกรายได้ร่วมแสดงความมุ่งมั่นในการนำหลัก GLP ไปใช้ในฟาร์มของตนเอง ครบแล้วทั้งหมด 426 ราย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับการ ม
ฯ ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกรมปศุสัตว์ ในการช่วยถ่ายทอดความรู้และติดตามทวนสอบการดำเนินการดูแลแรงงานของฟาร์มเกษตรกร ทุกแห่ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าสินค้าที่มาจากสถานประกอบการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของซีพีเอฟดูแลแรงงานถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐาน GLP
“หลังจากนี้ ซีพีเอฟจะมอบหมายให้คณะทำงานมาตรฐานแรงงานที่แต่งตั้งขึ้นประกอบด้วยผู้บริหาร และตัวแทนจากสายงานทรัพยากรมนุษย์ เดินหน้าเข้าตรวจประเมินการปฏิบัติตามหลักการ GLP ที่ฟาร์มเกษตรกรเลี้ยงไก่ในโครงการส่งเสริมอาชีพฯ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า พร้อมให้คำแนะนำแนวทางการปรับปรุงการดูแลแรงงาน ตั้งเป้าในปี 2559 ฟาร์มเลี้ยงไก่ทุกแห่งของบริษัทดำเนินตามหลักการ GLP อย่างครบถ้วน” นายปริโสทัต กล่าว
นายปริโสทัตกล่าวต่อว่า บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการในกรณีที่ตรวจพบฟาร์มที่ปฏิบัติไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน GLP โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับแรก ในกรณีพบการใช้แรงงานที่เข้าข่ายเป็นแรงงานบังคับ เช่น ไม่มีการบันทึกเวลาเข้าทำงาน บริษัทจะให้เจ้าของฟาร์มดำเนินการปรับปรุงให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด ระดับที่สอง ในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการปฏิบัติไม่สอดคล้องกับหลัก GLP ซ้ำเดิม บริษัทจะยุติการรับซื้อสินค้ากับเกษตรกรรายดังกล่าวจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ และมาตรการระดับสูงสุด ในกรณีพบการปฏิบัติที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ หรือกรณีร้ายแรง เช่น การใช้แรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย ใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 15 ปี บริษัทจะพิจารณายกเลิกซื้อขายกับเกษตรกรรายนั้นทันที” นายปริโสทัตกล่าวย้ำ
นายวิทยา สนสิทธิ์ เจ้าของฟาร์มวิทยาสนสิทธิ์ ตั้งอยู่ที่ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี กล่าวว่า การจัดอบรม GLP ทำให้ตนมีความรู้ความเข้าใจการดูแลแรงงานมากขึ้น และได้นำมาปรับปรุงการจัดจ้างงานให้ดีขึ้น เช่น การจัดทำประกันสังคมให้กับแรงงานที่มีอยู่ 4 คน ซึ่งทำให้แรงงานมีความสุขมากขึ้น
ด้านนางสุดาพร สุวัฒโนดม ผู้บริหาร บริษัท โกลเด้น ฟาร์ม จำกัด หรือ จีดีเอฟ กล่าวว่า ฟาร์มจีดีเอฟมีแรงงานทำงานในฟาร์มอยู่ 20 คน เป็นแรงงานเมียนมา 11 คน ฟาร์มให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของแรงงานที่ทำงานในฟาร์มมาโดยตลอด เน้นการปฏิบัติต่อแรงงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แรงงานได้รับการดูแลอย่างพี่น้องและมีความเป็นอยู่ที่ดี การอบรม GLPทำให้ตระหนักดีว่าสถานการณ์แรงงานในอุตสาหกรรมไก่ของไทยเป็นที่สนใจของผู้บริโภคทั่วโลก และจะนำหลักGLPมาปรับปรุงสภาพการจ้างงานของฟาร์มให้ดียิ่งขึ้น
ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการผลักดันส่งเสริมให้ฟาร์มเลี้ยงไก่ในห่วงโซ่การผลิตไก่เนื้อมีการดูแลและบริหารแรงงานตามหลัก GLP นับเป็นหนึ่งในแนวทางการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรเลี้ยงไก่ของไทยในการแข่งขันกับเกษตรกรในประเทศอื่นในประชาคมอาเซียน และเวทีการค้าโลก ส่งผลให้ลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อมั่นว่าสินค้าผลิตภัณฑ์ไก่ของไทยมีคุณภาพและปลอดภัยมาจากการผลิตที่มีการดูแลและบริหารแรงงานที่ดี เป็นธรรม และเสมอภาค./





