วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาเซียนรุกงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาจัดทำแผนปี 2016 – 2025

การเปิดเสรีระหว่างสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือ

 

 

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการที่อาเซียนกำลังจะก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในวันที่ 31 ธันวาคม 2558 นี้ ซึ่งจะเป็นการเปิดเสรีระหว่างสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือ ซึ่งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการและของประเทศสมาชิกอาเซียน อาเซียนจึงมีความเห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นจะต้องพัฒนาระบบด้านทรัพย์สินทางปัญญาของภูมิภาคให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และมีบทบาทในการส่งเสริมการค้า การลงทุนของอาเซียนภายหลังการเข้าเป็น AEC ต่อไป

ที่ผ่านมา อาเซียนได้ดำเนินการพัฒนางานด้านทรัพย์สินทางปัญญามาอย่างต่อเนื่องภายใต้คณะทำงานความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน (ASEAN Working Group on Intellectual Property Cooperation : AWGIPC) มีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยแผนล่าสุด คือ ASEAN IPR Action Plan 2011 – 2015 มีอายุ 5 ปี กำลังจะสิ้นสุดลง ซึ่งมีการดำเนินการตามแผนและประสบความสำเร็จในหลายด้าน เช่น การสร้างเครือข่ายระหว่างสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของสมาชิกอาเซียนและผู้เกี่ยวข้อง การแลกเปลี่ยนข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างสมาชิกอาเซียน การจัดทำ website เพื่อสืบค้นการจดเครื่องหมายการค้าของอาเซียน (ASEANTmView) การแลกเปลี่ยน   ผลการตรวจสอบสิทธิบัตรภายใต้โครงการ ASPEC การพัฒนากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนโดยเน้นการเข้าเป็นภาคีความตกลงของ WIPO เพื่ออำนวยความสะดวกการจดทะเบียนระหว่างประเทศ การเสริมสร้างความตระหนักด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น

เพื่อความต่อเนื่องของการดำเนินงานจากแผนปฏิบัติการเดิมซึ่งจะสิ้นสุดลง อาเซียนจึงได้ยกร่างแผนปฏิบัติการทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียนฉบับใหม่ที่จะมีผลใช้บังคับหลังการเข้าสู่ AEC คือ ASEAN IPR Action Plan 2016 – 2025 มีอายุ 10 ปี โดยเป็นการวางแผนการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนในระยะยาวขึ้น และสอดคล้องกับ ASEAN 2025 ได้รับความร่วมมือจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ในการจัดทำแผนซึ่งแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน 2016 - 2025 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 19 โครงการ ซึ่งยุทธศาสตร์ทั้ง 4 ได้แก่ (1) การพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิกอาเซียน 7 โครงการ (2) การพัฒนาระบบและเครือข่ายทรัพย์สินทางปัญญาของภูมิภาคให้สนับสนุน AEC 4 โครงการ (3) การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน 4 โครงการ และ (4) การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างสินทรัพย์ให้แก่ภาคธุรกิจอาเซียน 4 โครงการ เป็นต้น

สำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะดำเนินการในปี 2016 ได้แก่ (1) การศึกษาวิเคราะห์ระบบสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรการออกแบบของอาเซียน เพื่อทราบปัญหาของสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศ รวมทั้งแนวทางการแก้ไข (2) สร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา และประชาชนผู้ใช้บริการ เรื่องประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา ในการลดภาระงาน และอำนวยความสะดวก

การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาให้มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (3) การจัดทำคู่มือแนวทางการตรวจสอบสิทธิบัตรออกแบบของอาเซียน (ASEAN Manual) (4) โครงการพัฒนาศักยภาพ ประสิทธิภาพ และความโปร่งใส ในการดำเนินการขององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (5) การเร่งรัดการเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) และความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) เพื่ออำนวยความสะดวกการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบระหว่างประเทศสำหรับสมาชิกอาเซียนที่ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคีความตกลง (6) การจัดตั้งสถาบันให้ความรู้ ฝึกอบรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียน (ASEAN IP Academy) เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้และรูปแบบโดยในเบื้องต้นอาจเป็น Virtual IP Academy หรือเป็นการเรียนรู้ออนไลน์ (7) การปรับปรุงเว็บไซต์ IP Portal (www.aseanip.org) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียนสำหรับ SME ให้มีความทันสมัย มีข้อมูลครบถ้วน (8) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาของอาเซียนในเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในส่วนประเทศไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับมอบหมายให้เป็นประเทศผู้นำกิจกรรม (country champion) ภายใต้แผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน ปี 2016 – 2025 รวม 4 โครงการ ได้แก่ (1) การพัฒนาระบบลิขสิทธิ์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการทางเศรษฐกิจของภูมิภาค เช่น การจัดทำเครือข่ายการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ของอาเซียน (2) การปรับปรุงและจัดทำมาตรฐานการดำเนินการขององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ให้มีมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้ (3) การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อาเซียนในเชิงพาณิชย์ การจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า GI ระดับอาเซียน และการส่งเสริมให้ GI อาเซียนได้รับการจดทะเบียนมากขึ้นทั้งภายในอาเซียนและในประเทศนอกกลุ่มอาเซียน และ (4) การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้กับผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานในส่วนของประเทศไทยนั้น กรมฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงการให้บริการในหลายด้าน เช่น การเข้าเป็นภาคีพิธีสารมาดริด เพื่ออำนวยความสะดวกการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ภายในปี 2016 และมีแผนที่จะแก้ไขกฎหมายสิทธิบัตร และเข้าเป็นภาคีความตกลงเฮก เพื่อการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบระหว่างประเทศ

ในด้านของ GI ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สุดเรื่องหนึ่งของทรัพย์สินทางปัญญาไทย กรมฯ จะเน้นการให้ความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มโอกาสการทำการค้าสินค้า GI ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค ส่งเสริมการจดทะเบียน GI ไทยในต่างประเทศ และทำให้สินค้า GI เป็นที่รู้จักมากขึ้น เช่น การจัดจับคู่สินค้าระหว่าง GI ไทยและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการค้า นอกจากนี้ยังอาจใช้โอกาสนี้ผลักดันให้ ชุมชนที่เป็นเจ้าของ GI เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อีกด้วย อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่อาเซียนมีการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบภายใต้แผนการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมนี้ จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนให้ได้รับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ ลดการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสามารถใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของตนเป็นเครื่องมือในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับตนเองและประเทศได้มากขึ้น