ระหว่าง 9-11 กันยายน 2558 หวังดันไทยสู่ผู้นำด้านอุตสาหกรรมวัตถุดิบอาหารและยกระดับงานแสดงสินค้านานาชาติในไทย
นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้ร่วมจัดงาน "Food Ingredients Asia 2015" ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2558 ที่ศูนย์ นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยมุ่งเน้นยกระดับงานแสดงสินค้านานาชาติในไทย และขยายความร่วมมือ ระดับภูมิภาค ในฐานะที่ไทยเป็นศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)และความเป็นผู้นำงานแสดงด้านอุตสาหกรรมวัตถุดิบอาหารที่ยิ่งใหญ่ แห่งเอเชีย การจัดงานในปี 2558 นี้ คาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานจากต่างชาติมากกว่า 15,000 คน โดยเฉพาะนักธุรกิจต่างชาติจากกลุ่มประเทศอาเซียนบวกหก(อาเซียน 10 ประเทศ บวก จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย นิวซีแลนด์ อินเดีย)
นายมนู กล่าวด้วยว่า ในปี 2558 อุตสาหกรรมอาหารของไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ซบเซา ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายประกอบกับราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ นอกจากจะทำให้เกษตรกรไทยมีรายได้ลดลงส่งผลกระทบต่อตลาดอาหารภายในประเทศแล้ว ราคาที่ลดลงยังส่งผลทำให้รายได้จากการส่งออกลดลงตามไปด้วย แนวโน้ม การส่งออกอาหารปี 2558 จึงน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับ ปี 2557 คือมีมูลค่าส่งออกประมาณ 9 แสนล้านบาท
โดยภาพรวมการส่งออกสินค้าอาหารไทยไปยังตลาดต่างๆ ในช่วง 5 เดือนแรกปี 2558 ส่วนใหญ่หดตัวลง แต่ก็มีบางตลาดที่ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) รวมถึงสหรัฐอเมริกา และจีน ซึ่งการส่งออก สินค้าอาหารไปยังตลาด CLMV ช่วง 5 เดือนแรกปี 2558 มีมูลค่า 42,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% สินค้าที่ขยายตัวดีในตลาด CLMV ส่วนใหญ่เป็นสินค้าพื้นฐาน เช่น น้ำตาลทราย น้ำมันพืช ซอส เครื่องปรุงรส เครื่องดื่ม ขนมอบกรอบรวมถึงขนมขบเคี้ยวต่างๆ
ส่วนการส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดสหรัฐ มีมูลค่า 39,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% สินค้าที่ขยายตัวดีในตลาดสหรัฐ อาทิ สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด ข้าว เนื้อปลาทะเลแช่แข็ง เป็นต้น ขณะที่การส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดจีนนั้น มีมูลค่า 30,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% สินค้าที่ขยายตัว ดีในตลาดจีน อาทิ แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลทราย ผลไม้สด และกุ้งแช่แข็ง เป็นต้น
ด้านนางอรวรรณ แก้วประกาย แสงกูล รองผู้อำนวยการและรักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า อุตสาหกรรมส่วนผสมอาหารและเครื่องปรุงรสของไทยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% โดยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวถึง 20% และมีแนวโน้ม ที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดประเทศ เพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาวเมียนมาและเวียดนาม






