วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

โครงการ Social Media for Sales

อลิอันซ์ อยุธยา เป็นปลื้ม เดินหน้าเต็มสูบโครงการ Social Media for Sales ตอกย้ำผู้นำการตลาดดิจิทัล

 

อลิอันซ์ อยุธยา ประสบความสำเร็จเกินคาดจากการใช้โซเชียลมีเดีย เดินหน้าเต็มสูบโครงการ Social Media for Sales เสริมแกร่งทีมฝ่ายขาย ย้ำให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลเต็มรูปแบบและต่อเนื่อง เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างตัวแทนฝ่ายขายและลูกค้า หวังเพิ่มความพึงพอใจในการบริการลูกค้าผ่านสื่อออนไลน์ ตอกย้ำสโลแกน “การบริการที่เป็นเลิศ” เคียงข้าง ทุกจังหวะชีวิต ในโลกออนไลน์ พร้อมยึดตำแหน่งผู้นำด้านนวัตกรรมทางการตลาดด้วยการคว้า 2 รางวัลระดับโลกเป็นเครื่องการันตี ตั้งเป้าดึงตัวแทนฝ่ายขายเข้าร่วมโครงการให้ถึง 100 คนภายในสิ้นปี

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ Social Media for Sales เป็นนวัตกรรมการขายประกันแบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นมา เพื่อช่วยฝ่ายขายในการติดต่อและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในโลกออนไลน์ มาพร้อมกับเครื่องมือบริหารหน้าเพจแบบครบวงจร เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ถูกต้องและตรงกัน โดยจะมีทีมการตลาดดิจิทัลคอยจัดหาคอนเทนต์ต่างๆ ที่ หลากหลาย และมีความต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบที่เป็น  แบนเนอร์ รูปภาพ วิดีโอ อินโฟกราฟฟิก และอื่นๆ ซึ่งจัดเก็บอยู่ในห้องสมุดคอนเทนต์เพื่อให้ตัวแทนฝ่ายขายเลือกไปใช้สื่อสารกับลูกค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีการเปิดใช้งานและฝึกอบรมให้กับสมาชิกอย่างสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มทักษะให้พวกเขากลายเป็นตัวแทนฝ่ายขายโซเชียลมืออาชีพ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเพิ่มความถี่และคุณภาพในการติดต่อกับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

 “โครงการ Social Media for Sales ได้มีการทดลองนำร่องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2557 โดยมีเฟซบุ๊ค Business Page อย่างเป็นทางการ นำเสนอว่า เป็นตัวแทน อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมแนะนำให้กับตัวแทนที่เข้าใจเรื่องดิจิทัลดี เริ่มจากตัวแทนที่สนใจ มีคุณสมบัติและมีศักยภาพในการใช้โซเชียลมีเดียเข้าร่วมโครงการนำร่องก่อน 27 คน ซึ่งผลสำเร็จของโครงการนี้เกินความคาดหมาย สร้างผลงานภายใน 5 เดือน ณ เดือนธันวาคม 2557 โครงการฯนี้ สามารถสร้างเบี้ยประกันได้ถึง 1.2 ล้านบาท รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการขยายและสร้างทีมงานฝ่ายขายใหม่ๆ เข้ามาในธุรกิจได้ถึง 18 คน ลูกค้าให้คะแนนความพึงพอใจ (NPS Score) เพิ่มขึ้นจาก 46% มาอยู่ที่ 58% จำนวนแฟนเพจเพิ่มขึ้น 333% จากเมื่อเริ่มโครงการมีแฟนเพจอยู่ที่ 6,643 คน มาเป็น 28,771คน อัตราส่วนการมีส่วนร่วม (Engagement Ratio)เพิ่มขึ้น จาก 5.1 มาอยู่ที่ 6.42 ปัจจุบันมีจำนวนฝ่ายขายที่อยู่ในโครงการ 95 คน ถือเป็นผลงานความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของอลิอันซ์ อยุธยา เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องและเป็นแบบอย่างให้กับบริษัทอื่นๆ ของกลุ่มอลิอันซ์ เนื่องจากมีผลงานเป็นที่ 1 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”  

อีกสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จของโครงการ Social Media for Sales ก็คือการคว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับโลก คือ รางวัล Gold Stevie Winner ประเภท Online Marketing Campaign of the Year และรางวัล Fastest Growing Online Marketing in Thailand 2015 จาก Global Banking Award เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นแคมเปญการตลาดที่ใช้โซเชียลมีเดียช่วยในการติดต่อและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านออนไลน์ ซึ่งเป็นบริษัทแรกและแห่งเดียวที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวสนับสนุนการขาย ทั้งยังมุ่งให้ความรู้และส่งเสริมให้ตัวแทนใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 

“เราใช้กลุ่มปิดของเฟซบุ๊คเป็นเครื่องมือสื่อสารหลักที่เข้าถึงสมาชิกได้อย่างทั่วถึง ซึ่งยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวและมีความยืดหยุ่นสำหรับสมาชิก โดยมีการให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน ข่าวสารใหม่ๆ วาระในการประชุม การแบ่งปันความรู้ รางวัลและเกียรติยศต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับโครงการ ซึ่งสมาชิกทุกคนจะได้รับข้อมูลที่อัพเดทตลอดเวลา อันเป็นการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากโซเชียลมีเดียเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นำไปสู่การให้บริการลูกค้าที่รวดเร็วทันใจพร้อมข้อมูลที่ครบถ้วนทันเหตุการณ์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม”

“จากความสำเร็จที่ผ่านมาทำให้มั่นใจว่าโครงการ Social Media for Sales ซึ่งเป็นหนึ่งใน      กลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของเราจะสามารถต่อยอดไปได้อีกมากมาย เราจะมุ่งมั่นพัฒนากลยุทธ์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคต่อไป โดยใช้ประโยชน์จากช่องทางสื่อออนไลน์ให้เต็มรูปแบบเพื่อประโยชน์ที่ทุกฝ่ายจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนฝ่ายขาย รวมไปถึงลูกค้าที่จะมีช่องทางสื่อสารกันสะดวกยิ่งขึ้น ทำให้ได้รับบริการที่รวดเร็วและได้รับข้อมูลข่าวสารที่แม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการเพื่อการตัดสินใจที่เร็วขึ้น โดยตั้งเป้าจะเชิญชวนตัวแทนเข้าร่วมโครงการให้ได้ 100 คนภายในสิ้นปีนี้ และขยายเป็น 500 คนภายในปี 2016” นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย