อัลคาเทล-ลูเซ่นเปิดตัวซอฟท์แวร์ด้านไอพีเร้าติ้งแห่งยุคเน็กซ์เจเนอร์เรชั่นใหม่ มีคุณสมบัติครบถ้วน ตอบสนองความต้องการการใช้งาน
และส่งเสริมการใช้งานบนเครือข่ายไอพี และมั่นใจว่าจะช่วยเร่งประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลอีโคโนมีได้อย่างรวดเร็ว
จากนโยบายของทางภาครัฐที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้อยู่บนฐานเศรษฐกิจดิจิตอลให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งในภาคผู้ให้บริการสื่อสารต่างเร่งเปิดบริการใหม่ๆ ให้ประชาชนชาวไทยพัฒนาวิถีชีวิตในรูปแบบดิจิตอลไลฟสไตล์เต็มรูปแบบมากขึ้น อัลคาเทล-ลูเซ่นเป็นผู้นำในเทคโนโลยีสื่อสารและมีศูนย์วิจัยเบลแล็ปส์เป็นแหล่งผลิตนวัตกรรมระดับโลก จึงเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมที่ได้ผลิตอินเตอร์เฟสบรอดแบนด์ความเร็ว 100 กิกาบิตและ 400 กิกาบิตต่อวินาทีป้อนตลาดโลก และมุ่งมั่นผลิตนวัตกรรมบนเทคโนโลยีไอพีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นอัลคาเทล-ลูเซ่นจะมีแผนที่จะเปิดตัวซอฟท์แวร์ด้านไอพีเร้าติ้งแห่งยุคเน็กซ์เจเนอร์เรชั่นใหม่ (New next-generation service router operating system (SROS) version 13 สร้างขึ้นมาให้มีคุณสมบัติครบถ้วน ตอบสนองความต้องการการใช้งาน และส่งเสริมการใช้งานบนเครือข่ายไอพี และมั่นใจว่าจะช่วยเร่งประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิตอลอีโคโนมีได้อย่างรวดเร็ว
จากการที่สร้างขึ้นมาอยู่บนสถาปัตยกรรมโครงข่ายแพลทฟอร์ม X86 platform จึงทำให้ซอฟท์แวร์ด้านไอพีเร้าติ้งใหม่นี้ ส่งเสริมนวัตกรรมของเวอรชัลไลเซชั่น และเทคโนโลยี Nuage (อ่านว่า นั๊วจ์) อีกด้วย เป็นซอฟท์แวร์ software define network: SDN ที่อัลคาเทล-ลูเซ่นออกแบบขึ้นมาเอง และอยู่บนแพลทฟอร์ม Network Service Platform (NSP) ที่อัลคาเทล-ลูเซ่นได้เปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว
ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ SROS13 นี้ สามารถนำไปติดตั้งในอุปกรณ์เซอร์วิสเร้าเตอร์ ระดับผู้ให้บริการ (Service Router) ในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ
ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ SROS13 นี้ มีคุณสมบัติเด่นๆ ดังนี้
- รองรับชิป FP3400G จึงสามารถให้ความเร็วการทำงานได้สูงถึง 400 กิกาบิตต่อวินาที ช่วยสร้างบริการออนดีมานด์บนเครือข่ายได้ ทำให้ผู้ให้บริการสามารถเริ่มให้บริการต่างๆ ได้อย่างง่ายๆ และรวดเร็วขึ้น ลดค่าใช้จ่ายประเภท CAPEX และ OPEX ของลูกค้าที่เป็นผู้ให้บริการลง ลดการบริโภคพลังงานต่อบิตลง 50%
โดยมร. เซบาสเตียน โลฮอง ประธานภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนตะวัตก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นใหม่นี้สามารถช่วยพัฒนาศักยภาพเครือข่ายบรอดแบนด์โมบายและตามสายให้ทำงานเร็วขึ้น จึงเป็นการผลักดันธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมไทยให้มีศักยภาพสูง ผลิตบริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจะก้าวเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ได้อย่างรวดเร็ว และประชาชนชาวไทยจะสามารถใช้ดิจิตอลมาพัฒนาคุณภาพชีวิตและไลฟสไตล์ได้ดีมากขึ้น”
นอกจากนี้ ในงานให้สัมภาษณ์ เซบาสเตียนได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ดิจิตอลอิคอนโนมีกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยเห็นได้อย่างชัดเจน โดยที่จากจำนวนประชากรชาวไทยมีทั้งสิ้น 65.4 ล้านคน และมีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ 24.94% ประชาชนใช้จำนวนชั่วโมงให้กับอินเทอร์เน็ตมากกว่าเวลาที่ใช้ดูทีวีจากสถานีที่ถ่ายถอดสัญญาณมากกว่าถึง 43-50% คือ ใช้อินเทอร์เน็ต 16.36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่ดูทีวี 10.56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เนื่องจากเห็นว่าอินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญและน่าเชื่อถือ โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการใช้งานอีเมล์ 25.78% การใช้งานโซเชี่ยล 23.42% และฟังเพลง 9.9% ประเทศไทยติดอันดับที่ 10 ของประเทศไทยที่มีการใช้งานยูทูปมากที่สุดในโลก”
จาก www.netindex.com พบว่าคนไทยใช้ความเร็วเฉลี่ยของอินเตอร์เน็ตอยู่ที่ 17.7Mbps ในขณะที่ในประเทศจีนอยู่ที่ 18.3Mbps ความเร็วเฉลี่ยที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคใช้งานอยู่ที่ 12.4Mpbs และความเร็วเฉลี่ยที่ทั่วโลกใช้งานอยู่ที่ 17.5Mpbs จากข้อมูลที่อ้างอิงมานี้ จะเห็นได้ว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตจะสูงขึ้น ผู้ใช้งานต้องการใช้บริการเสมือนต่างๆ อาทิ คลาวด์ในการรับส่งเก็บข้อมูลมากยิ่งขึ้น จึงต้องการแพลทฟอร์มบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ ทางอัลคาเทล-ลูเซ่นเองได้ผลิตแพลทฟอร์มเพื่อคลาวด์ป้อนสู่ตลาดมาแล้วภายใต้ชื่อ Nuage หลายปีและประสบความสำเร็จในการช่วยพัฒนาธุรกิจของลูกค้าผู้ให้บริการมาแล้วทั่วโลก
ตัวอย่างการความสำเร็จในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค เช่น อัลคาเทล-ลูเซ่นได้ใช้เทคโนโลยีไอพีคลาวด์พัฒนาธุรกิจของโคเรียเทเลคอมในประเทศเกาหลี จนช่วยสร้างรายได้จากบริการมากขึ้นเท่าตัวจากปี 2012 ถึงปี 2015 ทั้งนี้ เนื่องจากอัลคาเทล-ลูเซ่นสามารถช่วยลดต้นทุนด้าน OPEX และ CAPEX ต่างๆ ลง ผลที่ได้จากการที่โคเรียเทเลคอมลงทุนใช้เทคโนโลยีไอพีนี้ สามารถให้บริการแก่ลูกค้าตนที่ในราคาย่อมเยาว์ได้ ทำให้เกิดธุรกิจเอสเอ็มอีจากลูกค้าต่างๆ ให้บริการด้านไลฟ์สไตล์ได้อีกมากมายและหลากหลาย ส่งผลให้การดำเนินชีวิตและธุรกรรมเศรษฐกิจอยู่บนรูปแบบดิจิตอลได้สมบูรณ์มากขึ้น
การยอมรับจากลูกค้าทั่วโลกนั้น 1. เกิดจากคุณสมบัติโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ไอพีเองที่สร้างอยู่บนชิป 400G เป็นรายแรกขอโลก จึงสามารถให้ความเร็วบรอดแบนด์ได้สูงถึง 400 กิกาบิตต่อวินาที 2. การจากความทุ่มเทในการพัฒนาคุณภาพบุคลากรของอัลคาเทล-ลูเซ่นด้วย ซึ่งเราได้จัดโครงการอบรม Alcatel-Lucent SRC Program ทำหน้าที่อบรมลูกค้า ให้มีความรู้ที่เป็นมาตรฐานล่าสุด และจัดการสอบเพื่อรับ Certificate ในระดับต่างๆ รวมทั้งได้ประสานงานกับมหาวิทยาลัยชื่อดังเพื่อรองรับการทำงานของนักศึกษาที่มีศักยภาพเข้าทำงาน 3. สร้างสังคมของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไอพีทั่วโลกให้แข็งแกร่ง โดยในเอเชียแปซิฟิค เราได้จัดฟอรั่มการประชุม SReXperts Conference ขึ้นทุกปี โดยมเป็นงารที่รวมเอาผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไอพีมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ อาทิ แนวโน้วของเครือข่ายในอนาคต เป็นต้น องค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้เทคโนโลยีไอพีของอัลคาเทล-ลูเซ่นเป็นที่ยอมรับในตลาดทั่วโลก
จากบทพิสูจน์ในตลาด จึงทำให้ ปัจจุบันอัลคาเทล-ลูเซ่นอยู่ในตำแหน่ง เป็นอันดับ 1 ในเอเชียแปซิฟิค และเป็นอันดับ 2 ในตลาดโลกด้านเทคโนโลยี IP Edge





