วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทอสเท็ม ส่งสินค้ามาตรฐานญี่ปุ่น ชิงส่วนแบ่งตลาดประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมไทยเพิ่ม

ทอสเท็มเตรียมเดินหน้ารุกตลาดเมืองไทย ส่งผลิตภัณฑ์ดีไซน์มินิมอล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน

นายวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮ้าส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์แบรนด์ “ทอสเท็ม” กล่าวในงานสถาปิก’65 ว่า ปีนี้ทอสเท็มเตรียมเดินหน้ารุกตลาดเมืองไทย ส่งผลิตภัณฑ์ดีไซน์มินิมอล พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกวัย เอาใจคนไทยอยู่บ้านที่ต้องการความโปร่งโล่งสบาย ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้ารายย่อย โดยจากพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองไทยปัจจุบัน มีความต้องการผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับบ้านที่มีคุณภาพดี ฟังก์ชันการทำงานครบครัน และดีไซน์สวยงาม ซึ่งดีไซน์แบบญี่ปุ่นซึ่งเน้นความเรียบง่ายแบบมินิมอล การใช้งานสะดวกตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้ดี

 

นายวิชากล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของคนไทยในยุคปัจจุบัน คือ                  1) ไลฟ์สไตล์คนที่เปลี่ยนไป ต้องทำงานและอยู่กับบ้านมากขึ้น ทำให้มีความต้องการพื้นที่โล่งโปร่งสบาย อากาศหมุนเวียนดี สามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้โดยมีสิ่งบดบังน้อยที่สุด  2) สังคมไทยที่มีคนหลายรุ่นอยู่ในบ้านเดียวกัน (Intergeneration) และกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ทำให้คนไทยสนใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนทุกวัย ซึ่งแบรนด์ “ทอสเท็ม” ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้อย่างลงตัว สำหรับไฮไลต์ที่สำคัญปีนี้คือ ATIS Series ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมี GRANTS Series ที่เป็นกรอบประตูหน้าต่างแบบพิเศษที่สูงได้ถึง 4.5 เมตร และนวัตกรรมเด่นเป็น Airflow system ซึ่งเป็นนวัตกรรมการระบายอากาศลิขสิทธิ์เฉพาะจากทอสเท็มเท่านั้น

ทอสเท็ม ส่งสินค้ามาตรฐานญี่ปุ่น ชิงส่วนแบ่งตลาดประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมไทยเพิ่ม

 

ขณะเดียวกัน ได้กล่าวถึงภาพรวมของธุรกิจว่า  ก่อนโควิด-19 ระบาด รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทฯ หรือประมาณ 70% มาจากตลาดอสังหาริมทรัพย์แบบโครงการหรืออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ แต่หลังวิกฤตโควิด-19 เริ่มมีรายได้จากตลาดลูกค้าที่อยู่อาศัยรายย่อยมากขึ้น เพราะคนอยู่บ้านมากขึ้น จึงเลือกหาอุปกรณ์ในบ้านเอง เพื่อนำไปปรับปรุงบ้านให้อยู่อาศัยอย่างสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ก็ตั้งเป้าที่จะขยายสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้ต่อไป

“บริษัทฯ ตั้งเป้าว่า ในปี 2565 ยอดขายของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้น 40% จากปีที่แล้ว โดยในช่วงไตรมาสแรก ยอดขายเติบโต 20% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว อีกทั้งต้องการเพิ่มสัดส่วนยอดขายกลุ่มลูกค้ารายย่อยจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมด” นายวิชากล่าว

 

 

ทั้งนี้ “ทอสเท็ม” พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น โดยจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า เช่น ปลายปีที่แล้วได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ATIS Series ประตูหน้าต่างอะลูมิเนียม ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ซ่อนการทำงานของฟังก์ชันต่างๆ ภายใต้กรอบอะลูมิเนียมเพรียวบาง ทำให้ผู้อยู่อาศัยเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยกับธรรมชาติภายนอกแบบไร้สิ่งกีดขวาง เช่น หน้าต่าง ATIS Tilt &Slide เป็นครั้งแรกของตลาดหน้าต่างอะลูมิเนียมที่รวมฟังก์ชันหน้าต่างแบบบานเลื่อนและบานยกไว้ด้วยกัน และมี Smart Insect Screen นวัตกรรมเกราะล่องหน ที่ช่วยป้องกันแมลงและมลพิษจากภายนอก อีกทั้งช่วยระบายอากาศได้ดีกว่ามุ้งลวดปกติ 20% และโปร่งแสงขึ้น 40% ทำให้มองเห็นวิวภายนอกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ มีการปรับเปลี่ยนขนาดและฟังก์ชันการใช้งานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เช่น ปัจจุบัน Grants Series ผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงของบริษัท มีกรอบประตูสูงถึง 4.5 เมตร พร้อมพื้นที่ของกระจกมากขึ้นเพื่อเปิดมุมมองสู่ภายนอกแบบพาโนรามา ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยเน้นเรื่องคุณภาพและการใช้งานในระยะยาว

 

ทอสเท็ม ส่งสินค้ามาตรฐานญี่ปุ่น ชิงส่วนแบ่งตลาดประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมไทยเพิ่ม

 

 

กลยุทธ์สำคัญอีกอย่างคือ การชูจุดขาย 3 อย่าง  เป็นหัวใจสำคัญทำให้เราแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ และเติบโตตามเป้าหมาย คือ 1) ดีไซน์ ที่มีการออกแบบให้เรียบง่าย ใช้งานง่าย 2) นวัตกรรม ในปัจจุบันเมืองไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ               ในบ้านอาจจะมีคนหลายวัยเรียกว่าเป็น Intergeneration จึงมีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การใช้งานประตูหน้าต่างเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น เช่น บานกระทุ้ง ที่สามารถเปิดปิดได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ทั้งเด็กหรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่นั่งวีลแชร์                ก็สามารถเปิดได้ มีการใช้กระจกฉนวนที่ลดความร้อน ลดการใช้พลังงาน และเสียงจากภายนอก รวมทั้งระบบ Airflow system 3) คุณภาพ ที่ผลิตภัณฑ์ผลิตตามมาตรฐาน GIS ของญี่ปุ่น มีระบบ Pre – Engineered ที่ทอสเท็มพัฒนาขึ้นมา ตัวแทนจำหน่ายผ่านการฝึกอบรม เพื่อควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของการติดตั้ง

นายวิชากล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ได้ทำการตลาดออนไลน์เชิงรุกเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เช่น มีโชว์รูมแบบ Virtual ทำให้สามารถเลือกดูสินค้าทางออนไลน์ได้ และมีเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ด้วย รวมถึงยังผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจขยายโชว์รูมในพื้นที่จริง โดยเน้นหัวเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยว เพื่อหวังขยายตลาดลูกค้ากลุ่มที่อยู่อาศัย, รีสอร์ท และบริษัทรับสร้างบ้านในพื้นที่ดังกล่าว

ผู้สนใจสามารถเลือกชมผลิตภัณฑ์ทอสเท็มได้ที่ https://tostemthailand.com/