"นายกฯ" ย้ำ มาตรการสาธารณสุข ช่วงปีใหม่ เผย กำลังเกาะติด เชื้อโควิด กลายพันธ์ุ แถบแอฟริกา สั่งห้าม เดินทางเข้าไทย แบล็คลิสต์ สถานบันเทิง ฝ่าฝืน จนท.รับผิดชอบ แจง เลื่อน เปิดผับบาร์ เหตุ แพทย์เห็นแย้ง พบยังมีปัญหา หวั่น ผู้ประกอบการ ทำตามมาตรการไม่ครบถ้วน สั่งหามาตรการชดเชย
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 (ศบค.) ว่า ที่ประชุมในวันนี้ได้รับทราบสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งมีความเกี่ยวพันธ์เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะการเปิดประเทศ ต้องเน้น covid free setting ซึ่งต้องใช้ในกิจการทุกประเภท การจะทำอะไรก็ตามจะต้องเน้นย้ำเรื่องการฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน ขณะนี้อยู่ใยขั้นตอนการดำเนินการอยู่ โดยหากมีความพร้อมก็ค่อยว่ากันอีกที ก็ต้องเห็นใจด้วย ส่วนมาตรการด้านสาธารณสุขก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะต้องการให้ปีใหม่ของเราเป็นปีที่มีความสุข ไม่มีการแพร่ระบาดในช่วงนี้หรือช่วงปีใหม่ ก็ขอให้เข้าใจด้วย
นายกฯ กล่าวว่า ได้รับทราบถึงการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด -19 โซนแอฟริกาแล้ว มีการรายงานติดตามอยู่แล้ว กรมควบคุมโรค และกระทรวงสาธารณสุขกำลังดูอยู่ ว่าจะต้องมีมาตรการอะไรอย่างไร ส่วนการเดินทางมายังประเทศเหล่านี้ก็ต้องห้ามโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้นำเชื้อมาติด นอกจากนี้จะต้องสร้างความเข้าใจในเรื่องของวัคซีน สิ่งสำคัญคือต้องช่วยกันฉีดให้มากกว่าเดิม
ส่วนกรณีที่มีสถานบันเทิงแอบเปิดใจกลางเมือง นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการสั่งการตำรวจไปแล้วจะขึ้นบัญชีสถานบันเทิงเหล่านี้ไว้ และไม่ให้เปิดอีก และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นจะต้องมีรับผิดชอบด้วย ซึ่งมีผลทางวินัยและจับกุมดำเนินคดีได้ทุกวัน
ส่วนกรณีที่ส.ส.พรรคก้าวไกล นำนักดนตรีกลางคืนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรัฐบาล หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมายในทุกเรื่อง เป็นเรื่องของศาลและอัยการที่จะต้องพิจารณา ก็ได้ชี้แจงกับต่างประเทศหมดแล้ว หากถามกลับว่าประเทศเขาเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกับเรา เขาก็จะต้องทำเหมือนที่เราทำ หรือบางครั้งอาจรุนแรงกว่าเราด้วยซ้ำไป บ้านเราต้อง เลิกการใช้มวลชนมาทำผิดกฎหมายเสียที การที่บอกว่ารัฐบาลรังแกก็เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน
นอกจากนั้น นายกฯ ยังระบุถึงแนวทางการเปิดสถานบันเทิง ว่า ได้สั่งการไปแล้วให้มีการพิจารณามาตรการของตัวเอง แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วทางการแพทย์ยังคงมีปัญหาอยู่ และเกรงว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่จะเกิดปัญหาทุกคนก็จะไม่มีความสุขอีก หากผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ covid Free setting ไม่ได้ ก็ต้องขยับไปก่อน แต่ขอทำให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน และต้องทำมาตรฐานตัวเองให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมสถานบันเทิง ก็ต้องมาขึ้นบัญชีกันให้หมด หากไม่ยอมรับมาตรการและทำตามมาตรฐานเหล่านี้ ถือว่าเป็นอันตรายต่อประเทศ เดินหน้ามาขนาดนี้แล้วจะถอยหลังอีกหรือ
นายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะหามาตรการชดเชยให้ และเชื้อเชิญผู้ประกอบการและนักดนตรีซึ่งได้เตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้ว จึงขอประเมินสถานการณ์ก่อน แต่ย้ำว่าเห็นใจความเดือดร้อนประชาชน โดยได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานและสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปดูว่าจะช่วยเหลือยากลุ่มนี้ได้อย่างไร รัฐบาลก็ช่วยมาตลอด แต่ขอให้เห็นใจรัฐบาลบ้างเงินทองมีจำกัด ต้องทำเท่าที่จำเป็น หากทุกคนเสนอสิ่งที่ต้องการมาทั้งหมด แต่ไม่มีวิธีการแก้ไขคงไม่ได้ แต่ยืนยันว่าตนฟังทุกคน
ส่วนกรณีส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มีการจัดปาร์ตี้วันเกิดโดยไม่สวมหน้ากากอนามัยนั้น นายกฯ ระบุว่า เตือนไปแล้วเป็นเรื่องของเขาที่จะต้องระมัดระวัง หากเกิดการแพร่ระบาดก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะจัดอะไรก็แล้ว แต่ต้องระมัดระวัง สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ ฉีดวัคซีนแล้วก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย รวมไปถึงมาตรการด้านสาธารณสุข การกระทำดังกล่าวไม่ใช่เป็นตัวอย่างเพื่อให้เกิดการย่อหย่อนในมาตรการ จะต้องดูความพร้อมในการตรวจคัดกรอง จึงขอให้ทำให้ถูกต้องอย่าเกิดปัญหา เพราะหากเกิดปัญหาก็จะกลับมากดดันที่ตน ตนก็ต้องสั่งปิดใหม่และเริ่มใหม่ ควรจะทำให้ต่อเนื่อง วันนี้หลายอย่างก็ดีขึ้นแล้ว ทั้งอัตราผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อในช่วงเดือนตุลาคมก็ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่พบว่าไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และถือได้ว่าเป็นบทเรียนให้กับประชาชนว่าไม่ฉีดวัคซีนก็จะเสียชีวิต
"อย่าเลือกยี่ห้อฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนทางเลือกรัฐบาลก็สนับสนุนเต็มที่ อย่างในกรณีที่ไปจองเองรัฐบาลก็สนับสนุนให้ไม่ได้ แต่ก็เชิญชวนผู้ที่จะไปรับวัคซีนทางเลือก แต่ยังไม่ได้รับให้มาฉีดวัคซีนของรัฐก่อน รัฐพร้อมให้บริการ" นายกฯ กล่าว





