วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'เท้ง' โว ปชน.ซักฟอกหมัดเด็ดน็อค 'ระบอบสีน้ำเงิน' รัฐบาลสั่นคลอน

'ณัฐพงษ์' โว ปชน.มีหมัดเด็ด อภิปรายความเลวร้าย 'ระบอบสีน้ำเงิน' เชื่อ 'รัฐบาล' สั่นคลอน แนะ 'อนุทิน' เปลี่ยนมุขใหม่ ถ้าขอบคุณส่งเป็นนายกฯ อย่าลืมทำให้ลงจากตำแหน่งได้

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของฝ่ายค้านในการอภิปรายรัฐบาล ว่า มีการพูดคุยนอกรอบกันบ้างแล้วแต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และยืนยันว่าเร็วๆจะมีการพูดคุยกันเป็นการภายในแน่นอน ส่วนการอภิปรายครั้งนี้จะเจาะจงเฉพาะรัฐมนตรีรายบุคคลหรือทั้งคณะนั้น ต้องรอคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นก่อนเพราะต้องดูเนื้อหาที่แต่ละพรรคมีเป็นหลัก ซึ่งยังไม่สามารถให้ข้อสรุปได้ในตอนนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเปิดอภิปรายทั่วไปและอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสองแบบใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ทั้งหมดแต่ขอหารือกันก่อน แต่ตนวาวหลักไว้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ที่ประชาชนมองเห็นปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโกง สว.หรือเรื่องอื่นๆ ตามหลักฐานที่ปรากฏชัดตอนนี้ ก็ปฏิเสธได้ยากว่าคนในรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยอาจจะมีส่วนเข้าไปพัวพันในส่วนนั้น

ดังนั้นเมื่อมีเรื่องใหญ่หลายเรื่องเกิดขึ้นก็ปฏิเสธยากและไม่สามารถใช้วิธีที่เบาไปกว่านี้ได้เพราะประชาชนก็หวังการตรวจสอบของฝ่ายค้านที่จะใช้เวทีในสภาซักฟอกรัฐบาลอย่างเข้มข้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเวทีอภิปรายทั่วไปหรือเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านก็พร้อมที่จะตรวจสอบเต็มที่ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นเวทีอภิปรายทั่วไปหรือเป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือทั้งสองเวที

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงประเด็นที่จะซักฟอกรัฐบาลของพรรคประชาชน ว่า ทุกเรื่องที่เห็นตามหน้าข่าว ซึ่งจะมีข้อมูลเพียงบางส่วนที่พรรคประชาชนได้รับมาอาจจะเป็นคนที่เสียประโยชน์หรือคนที่ร่วมกระบวนการ และเราก็พร้อมที่จะใช้ข้อมูลทีเด็ดเหล่านี้ไปเปิดเผยในเวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เจาะจงประเด็นใดเป็นพิเศษ ซึ่งในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจถ้าออกมาให้ข้อมูลมากเกินไปก็เหมือนเป็นการบอกการบ้านรัฐบาล ถ้ารัฐบาลเชื่อว่ารัฐบาลบริสุทธิ์ใจไม่ว่าจะเป็นเวทีไหน ทั้งกระทู้ถามสด อภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ต้องพร้อมตอบได้ทุกคำถาม

เมื่อถามว่าข้อมูลที่พรรคประชาชนมีจะสามารถสั่นคลอนรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจในการทำงานของพรรคประชาชนว่าเรามีข้อมูลที่จะสามารถเปิดโปงให้ประชาชนเห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงินที่เป็นอยู่ และกำลังกินรวบประเทศอย่างไรบ้าง ทั้งอำนาจในระบบการเมือง และอำนาจที่อาจจะเกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ หรือกลุ่มทุนบางกลุ่มที่อาจจะมีความสัมพันธ์ในการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ซึ่งเป็นกรอบที่จะใช้ในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า เรื่องของการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง อาจจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีคนที่ออกมาเปิดโปงข้อมูลหรือเรียกว่าฟ้องปิดปาก รวมถึงอาจจะใช้ทรัพยากรของรัฐผลิตข่าวสารต่างๆที่มีวาระการเมืองอยู่เบื้องหลัง เรื่องเหล่านี้เป็นมาทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว แต่เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเราจะมีหลักฐานที่ชี้ให้สังคมเห็นได้ว่ามีความพยายามและมีการกระทำที่เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

เมื่อถามว่าจะไม่มีงูเห่าอีกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจในเพื่อนร่วมพรรคประชาชนชุดปัจจุบันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี้จะไม่มีใครแหกมติพรรค 

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีกล่าวขอบพระคุณพรรคประชาชนหลายครั้งในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน ที่ผ่านมามีนัยยะอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกฯคงต้องเปลี่ยนมุขใหม่ได้แล้ว เพราะครั้งนี้หลายคนฟังก็รู้วัตถุประสงค์ในคำกล่าวขอบคุณ ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร

“ผมเชื่อว่าการสื่อสารที่เราคาดหวัง จากคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี คือการพูดเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาประชาชนมองเห็นทางออก มากกว่าวาจาที่จะใช้เชือดเฉือนกันทางการเมือง  และการพูดด้วยประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับผมเองถ้านายกฯจะขอบคุณ ในฐานะที่ผมเคยทำให้ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อย่าลืมว่าวันนี้ผมอาจจะอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ท่านหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้เช่นเดียวกัน” นายณัฐพงษ์ กล่าว 

ถามย้ำว่าจะทำให้หลุดจากตำแหน่งได้จริงใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ และตนเชื่อมั่นในเนื้อหาที่พรรคประชาชนมี

บี้ฟันตัวการใหญ่ พัวพัน "โกงสอบท้องถิ่น" 

นายณัฐพงษ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีการเพิกถอนกว่า 3,000 ตำแหน่งมองว่าการแก้ไขเพียงพอหรือไม่ ว่า เฉพาะกรณีที่เกิดขึ้น ไม่ได้ติดใจอะไร ถ้ามีหลักฐานที่ปรากฏชัดก็จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งส่วนหนึ่งรัฐบาลพยายามผลักภาระไปให้ท้องถิ่นในการเซ็นคำสั่งปลดต่าง ๆ หากมองไปข้างหน้าไม่อยากให้กรณีนี้เป็นการถอดบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

​“เชื่อว่าจากกระบวนการสอบสวนทั้งหมดที่มีอยู่ และที่ประชาชนอยากเห็นคือสามารถโยงกลับไปได้ว่าตัวการใหญ่คือใคร ตราบใดที่ยังจัดการตัวการใหญ่ไม่ได้ การทุจริตสอบท้องถิ่น คิดว่าต่อไปอาจจะมีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นอีก” นายณัฐพงษ์ กล่าว

​เมื่อถามว่าบางหน่วยงานอาจกังวลเรื่องการขาดกำลังคนในการปฏิบัติงานจึงวางแผนจ้างเหมา เรื่องนี้ควรทำหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พัวพันหลายเรื่อง เช่น การให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการบุคลากรในระดับหนึ่ง ซึ่งมีความเห็นไว้ว่า หากให้อำนาจการจัดการบุคลากรกับท้องถิ่นทั้งหมดก็อาจจะนำมาซึ่งปัญหาการทุจริตด้วยหรือไม่ ซึ่งเราก็มีข้อเสนอการได้มาซึ่งบุคลากรท้องถิ่นสามารถออกแบบได้ บางอย่างยังคงไว้ที่ส่วนกลาง เช่น การสอบภาค ก. ส่วนอะไรที่กระจายให้ท้องถิ่นได้ เพื่อให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นในการหาบุคลากรก็ควรจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น

​เมื่อถามว่าจะทำให้งบประมาณท้องถิ่นบานปลายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้ภารกิจหลักของท้องถิ่น คือการให้บริการสาธารณะที่ใกล้ชิดกับประชาชนทั้งการจัดเก็บขยะ สาธารณสุข สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องใช้แรงงานหรือบุคลากรจากภาครัฐค่อนข้างสูง แล้วอีกมุมหนึ่งไม่ได้กังวลว่าจะทำให้งบประมาณบุคลากรท้องถิ่นบานปลาย

​“เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการคือ การถ่วงดุลตรวจสอบที่โปร่งใส มั่นใจได้ว่างบประมาณไม่ว่าจะอยู่ส่วนกลางหรือท้องถิ่นถูกใช้จ่ายอย่างตรงไปตรงมาและทำให้การใช้บริการสาธารณะท้องถิ่นดีขึ้นได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว