วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประวิตร'สั่งซีลชายแดน'เมียนมา' หวั่นทะลักเข้าไทย หลังเผชิญวิกฤติโควิด ศก. การเมือง

"ประวิตร" เรียกประชุม คุมเข้มชายแดน สกัด "โควิด" ห่วง ผู้ลักลอบเข้าเมืองตกค้าง หลัง "เมียนมา" ยังวิกฤติโรคระบาดรุนแรง เผชิญปัญหาการเมือง ศก.ตกต่ำ สั่งเฝ้าระวัง บังคับใช้กม.เข้มงวด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประชุมหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงชายแดนในห้วงการแพร่ระบาดของโควิด 19 ที่มีแนวโน้มรุนแรง

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้รับทราบภาพรวมสถานการณ์การลักลอบข้ามแดน ยังพบและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง จากความต้องการแรงงานในประเทศที่ยังมีสูง มีผู้ลักลอบเข้าเมืองตกค้างตามชายแดนจำนวนมาก เนื่องจากประเทศต้นทางไม่เปิดรับกลับ บางส่วนเป็นชนเผ่าและชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีการรับรองสถานภาพ

ขณะเดียวกันสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศเพื่อนบ้านยังรุนแรง พบผู้ติดเชื้อในอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเมียนมา ที่มีปัญหาการเมืองและสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ รวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิดที่อยู่ในสภาวะวิกฤติและข้อจำกัดของระบบสาธารณสุข ที่อาจส่งผลให้มีการลักลอบเข้าเมืองจากเมียนมามากขึ้น

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ รวมทั้งกระทรวงแรงงานประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างประเทศ ติดตามสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด โดยให้ผนึกกำลังร่วมเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนและตรวจตราพื้นที่ชั้นใน บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด เพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การลักลอบค้าอาวุธและยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้กลไก “ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด” บูรณาการการทำงานร่วมกันและนำเทคโนโลยีมาใช้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งให้เพิ่มสถานที่กักกัน (OQ) ให้เพียงพอ รองรับการลักลอบข้ามแดนที่มีมากขึ้น

"ได้กำชับต่อสถานการณ์วิกฤติในประเทศเมียนมา ขอให้ทุกจังหวัดชายแดนเมียนมาเตรียมพร้อมและพัฒนาแผนรองรับผู้หนีภัยความไม่สงบจากเมียนมา โดยให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกัน จัดให้มีพื้นที่รองรับและสถานกักกันโรคอย่างเพียงพอ รวมทั้งการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ให้ติดตามเฝ้าระวังและทำลายโครงสร้างขบวนการค้าอาวุธสงคราม เพื่อมิให้เป็นเงื่อนไขขยายความรุนแรงในเมียนมาอย่างเด็ดขาด"พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ชั้นใน ขอให้กระทรวงแรงงานประสานการทำงานกับตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดและลงโทษสูงสุดกับผู้นำพาและขบวนการค้าแรงงานผิดกฎหมาย โดยให้สืบเชื่อมโยงไปถึงการค้ามนุษย์ และขอให้เร่งพิจารณาแนวทางทยอยนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบตามกฎหมาย ภายใต้มาตการ กักตัวควบคุมโรค โดยเริ่มจากผู้ประกอบการที่มีความพร้อม เพื่อบรรเทาความต้องการแรงงานและลดการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมย้ำให้หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับลงกำกับ ต้องไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตหรือเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด