นายกรัฐมนตรี ห่วงประชาชนเข้าคิวรับวัคซีน ไม่มีระยะห่าง จี้ หน่วยงานให้บริการเข้มมาตรการ
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชน หลังจากท่ีมีภาพข่าวปรากฎว่ามีประชาชนจำนวนมากรอฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลบางแห่งและไม่มีการเว้นระยะห่าง จึงกำชับให้หน่วยบริการเพิ่มความระมัดระวังเรื่องของการจัดคิวและให้ข้อมูลเวลารับวัคซีนแก่ประชาชนที่ชัดเจน รวมถึงมีมาตรการจัดการในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวด
น.ส.ไตรศุลี กล่าวถึงข้อมูลการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนไทยทั่วประเทศ ยอดเมื่อ วันที่ 17 กรกฎาคม ว่า มียอดรวม 14.13 ล้านโดส โดยเป็นอันดับสองของประเทศในกลุ่มอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย ที่ฉีดวัคซีน จำนวน 57.48 ล้านโดส นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ยังย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาวัคซีนที่เพียงพอ ขณะที่รัฐบาลจะเร่งจัดหาวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมาย ที่100 ล้านโดสในปี 2564 และปี 2565 จำนวน 120 ล้านโดส
"สถาบันวัคซีนแห่งชาติได้รายงานข้อมูลล่าสุดว่า การการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในไทยมีความคืบหน้าไปมาก บางชนิดเข้าสู่เฟสการทดลองในคนแล้ว โดยคาดว่าวัคซีนที่พัฒนาในประเทศจะสามารถนำมาใช้ในประเทศได้ในปี 2565 สำหรับวัคซีนที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยขณะนี้มี 3 ชนิด คือ 1.วัคซีนชนิดชนิด mRNA CU-Cov19 พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย อยู่ระหว่างขั้นตอนการทดสอบในคน 2.วัคซีนชนิดเชื้อตาย HXP-GPOVac ที่พัฒนาโดย องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบัน PATH สหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างการทดสอบในคน และ 3.วัคซีน Baiya SARS-CoV-2 Vax1 เป็นวัคซีนที่พัฒนาจากใบพืชตระกูลยาสูบ พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่างบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพไทยกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านขั้นตอนการทดลองในสัตว์ทดลองแล้วเตรียมการเข้าสู่การทดลองในคน" น.ส.ไตรศุลี แถลง.





