วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เครือข่ายวีแฟร์' ยื่น 'กมธ.งบฯ65 ซีกฝ่ายค้าน' จี้ทบทวนจัดงบด้านสังคม

กมธ.ฯงบฯ65ซีกฝ่ายค้าน ประเดิมรับข้อเสนอ กลุ่มวีแฟร์ เรียกร้องจัดความสำคัญกับงบด้านสังคม-สวัสดิการ "พิธา" ระบุฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

       นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ , น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และ น.ส.วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฐานะ ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.)  วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 สภาผู้แทนราษฎร ซีกฝ่ายค้าน รับยื่นหนังสือจาก นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม ( We Fair) และคณะ เพื่อขอให้คณะ กมธ.ฯ งบประมาณ จัดลำดับความสำคัญนโยบายสวัสดิการสังคมและสุขภาวะ

        ทั้งนี้ในข้อเรียกร้องของกลุ่มวีแฟร์ ระบุว่า  ร่าง พ.ร.บ.  งบประมาณ ปี 2565 ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพราะขาดการจัดลำดับความสำคัญในการสร้างสังคมรัฐสวัสดิการ  ดังนั้นเครือข่ายขอให้ กมธ. พิจารณาจัดลำดับความสำคัญของนโยบายสวัสดิการสังคมและสุขภาวะ เช่น สุขภาพ การศึกษา ประกันสังคม แรงงาน ที่อยู่อาศัย เงินอุดหนุนเด็ก ระบบบำนาญประชาชน และเบี้ยความพิการ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่พรรคการเมืองได้ให้สัญญาประชาคมกับประชาชน อันจะเป็นการสร้างโอกาสในการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำและความเปราะบางทางสังคม เพื่อสร้างสังคมไทยสู่รัฐสวัสดิการ

       

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มวีแฟร์ ยังเสนอข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ โดยมีรายละเอียด คือ 

       1. งบประมาณสวัสดิการสังคมประชาชนถูกปรับลดลง อาทิ งบประมาณกระทรวงที่ดูแลสวัสดิการสังคม และงบประมาณสวัสดิการเงินอุดหนุนที่ไม่มีการปรับเพิ่มและไม่ครอบคลุมระบบถ้วนหน้าทุกประเภท

       2. งบประมาณสวัสดิการข้าราชการเพิ่มขึ้น ในขณะที่งบประมาณสวัสดิการประชาชนและงบประมาณประเทศถูกปรับลดลง

       3. งบประมาณกระทรวงกลาโหมสูงเป็นอันดับ 4 ซึ่งสะท้อนถึงความผิดพลาดในการจัดลำดับความสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว โดยจัดสรรงบประมาณกระทรวงกลาโหม ด้วยวงเงินงบประมาณคิดเป็นร้อยละ 6.6 ของงบประมาณประเทศ และเป็นงบบุคลากรที่เพิ่มขึ้นถึง 1,741 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับงบบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุข ที่ลดลงร้อยละ 1.33 และงบบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ลดลงร้อยละ 6 จึงแสดงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกำลังพลกองทัพ มากกว่ากำลังคนภาคสาธารณสุขและการศึกษา

      ทั้งนี้  นายพิธา กล่าวว่า จะนำไปหารือในกมธ.ฯ  พร้อมสนับสนุนต่อการให้ความสำคัญของรัฐสวัสดิการ และกระจายงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม และนำงบประมาณไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนทั้งประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันว่าตัวแทนพรรคฝ่ายค้านในคณะ กมธ. จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป.