"ปริญญ์" หนุนใช้ "เทคโนโลยี" เร่งพัฒนาสินค้า"เกษตรอินทรีย์" สร้างอาหารปลอดภัย เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจการเกษตร กระทรวงพาณิชย์ และที่ปรึกษานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานเสวนา Food For Good : Best Practices and Lessons Learned ในหัวข้อ "Food for Good" โดยมีนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสรรเสริญสมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ และนางดรุณวรรณชาญพิพัฒนชัย คณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ น.ส.ชมพูนุท นาครทรรพ คณะทำงาน รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมฯ น.ส.ศิริภา อินทวิเชียรผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
นายปริญญ์ กล่าวว่า ในช่วงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลายประเทศได้หันมาให้ความสำคัญกับความปลอดภัยกันมากขึ้นโดยเฉพาะกับเรื่องอาหารที่ต้องการความสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพสูง จึงทำให้ "สินค้าเกษตรอินทรีย์" หรือ "สินค้าออร์แกนิค" ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์ออแกนิกซ์ สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาด้วยจีดีพีซึ่งอาจจะต้องทบทวน เพราะออร์แกนิคเป็นเรื่องของคุณภาพ ที่ไม่อาจวัดได้ด้วยตัวเลขเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว ควรจะต้องเพิ่มตัวชี้วัด อื่นๆ เช่น สิ่งแวดล้อม ฝุ่น PM 2.5 มาตรฐานด้านสุขภาพ มาตรฐานการศึกษา คุณภาพเงินเดือน ค่าครองชีพ ฯลฯ เข้าไปด้วย เพื่อมองการพัฒนาในระยะยาวมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้ประเทศมีสินค้าออร์แกนิคอย่างยั่งยืน เพราะสินค้าออร์แกนิคนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเศรษฐกิจของประเทศได้ อีกทั้งยังดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
นายปริญญ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ต้องเริ่มด้วยการจัดตั้งชุมชนเกษตรอินทรีย์ เพื่อทำให้เกษตรกรได้เรียนรู้การเพาะปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยวผลผลิต ตลอดจนการรู้จักนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ประกอบอาชีพ เช่น นำบล็อกเชนมาติดตามการเจริญเติบโตของพืชวิเคราะห์การให้น้ำ เป็นต้น ในขณะที่ภาครัฐต้องทำหน้าที่ช่วยประชาสัมพันธ์ ขยายตลาด และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยเหลือเกษตรกรด้วย อย่างเช่นที่กระทรวงพาณิชย์ได้นำบล็อกเชนมาใช้ตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตออร์แกนิค ผ่านเว็บไซต์ tracethai.com เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ว่าจะได้บริโภคอาหารคุณภาพอย่างแท้จริง การร่วมกับสตาร์อัพผู้ประกอบการเพื่อสังคม ในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีกับภาคการเกษตร เช่น โดรน เพื่อช่วยให้เกษตรกรทำงานง่ายขึ้น รวมถึงช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรก้าวสู่การทำตลาดแบบอีคอมเมิร์ซ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนธุรกิจเกษตรกำลังทำอยู่ ถือเป็นงานใหญ่ในการบูรณาการระหว่างการศึกษา ความสามารถทางดิจิทัล และความฉลาดทางอารมณ์เข้าด้วยกัน
"ทั้งหมดนี้คือความท้าทายของรัฐบาล ในการร่วมกันสร้างสังคมแห่ง Food for Good ซึ่งหวังว่าในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรมากขึ้น และมีการปรับกฎหมายให้รองรับการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อร่วมพัฒนาวัฎจักรของอุตสาหกรรมการเกษตรในระยะยาว ทำให้ไทยเป็นผู้นำด้านอาหารของโลก สามารถสร้างคน ผลิตสินค้าคุณภาพที่มีความปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน"นายปริญญ์กล่าว





