"พปชร." ส่อร้าว "แกนนำ" ขย่มเก้าอี้ "รัฐมนตรี" ในพรรคเดียวกัน สะพัด เตรียม "30 ส.ส." โหวตสวนบางคน หวัง กดดันให้ "ปรับครม." อ้างผลคะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด ด้าน "ฝ่ายค้าน" จ่อถกสรุปประเด็น วางตัวคนซักฟอก ต่างเก็บลับข้อมูล หวั่น ข้อสอบรั่วเหมือนครั้งที่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงความเคลื่อนไหวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดหมายเพื่อสรุปและจัดลำดับผู้อภิปรายให้สอดคล้องและไม่ซ้ำซ้อนประเด็นกันภายในสัปดาห์หน้า โดยแต่ละพรรครวมถึงผู้ที่จะอภิปรายแต่ละคน จะเปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาการอภิปรายระหว่างกันให้น้อยที่สุด รวมถึงเอกสารหลักฐานที่จะใช้ประกอบการอภิปราย ซึ่งมีความชัดเจนแล้วว่า ไม่ต้องนำเสนอเอกสารต่างๆ ส่งให้ประธานสภาฯ อนุญาตก่อน
ดังนั้น เอกสารบางส่วนจึงปิดเป็นความลับเพื่อป้องกันปัญหาข้อสอบรั่ว เนื่องจากส.ส.ฝ่ายค้านไม่ไว้ใจกันเอง กังวลว่าจะมีการนำข้อมูลที่จะอภิปรายไปให้ฝ่ายรัฐบาล จนสามารถเตรียมข้อมูลชี้แจงได้อย่างครบถ้วนจนผิดสังเกต ซ้ำรอยการอภิปรายครั้งก่อน ที่รัฐมนตรีบางคนชี้แจงได้ละเอียดกว่าประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายเสียอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของฝ่ายรัฐบาล รัฐมนตรีส่วนใหญ่ไม่เป็นกังวลการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านแต่อย่างใด เพราะเชื่อว่าฝ่ายค้านไม่มีไม้เด็ดหรือใบเสร็จ ที่จะนำเสนอในการอภิปราย จนนำมาสู่การล้มรัฐบาลได้จริง
ทั้งนี้ รัฐมนตรีบางคนที่ถูกอภิปราย มีความเป็นห่วงกลไกภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ที่มีปัญหาความขัดแย้ง อาจส่งผลไปถึงการโหวตลงมติรัฐมนตรีแต่ละคน ที่อาจได้เสียงไม่เท่ากัน โดยเฉพาะในพรรคพปชร. ที่เริ่มเห็นร่องรอยความขัดแย้งรอบใหม่ชัดเจน เนื่องจากแกนนำคนหนึ่งของพรรค ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี มีความพยายามช่วงชิงอำนาจการนำภายในพรรค และต้องการได้คะแนนเสียงไว้วางใจมากกว่ารัฐมนตรีจากพรรคเดียวกัน เพื่อหวังผลในการปรับและเกลี่ยโควต้าเก้าอี้ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการอภิปราย โดยต้องการให้เกิดกระแสกดดันให้รัฐมนตรีบางคนหลุดจากตำแหน่ง เพื่อที่จะได้มีโอกาสขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ
"มีการล็อบบี้ให้ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐงดออกเสียง หรือถึงขั้นโหวตสวนในการลงมติหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อดิสเครดิตรัฐมนตรีบางคน โดยอาจจะมีส่วนต่าง ส.ส.มากถึง 30 คน รวมไปถึงพวก ส.ส.งูเห่าในฝ่ายค้านที่แกนนำคนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐดูแลอยู่ ซึ่งปกติส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ จะโหวตไว้วางใจ ก็จะโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี หรือไม่ลงมติให้รัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐบางรายตามใบสั่ง เพื่อให้เกิดกระแสสังคมกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีด้วยผลคะแนนลงมติไม่ไว้วางใจที่น้อยกว่ารัฐมนตรีคนอื่น" แหล่งข่าว ระบุ





