"กทม." จี้ชุมชนป้อมมหากาฬเร่งย้ายออกจากพื้นที่ เปิดทางเข้ารื้อถอนก.พ.60 ยันกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ห้ามชาวบ้านอาศัย
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประชุมร่วมกับสำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าแผนการดำเนินการรื้อย้าย ภายหลังจากที่สำนักการโยธา สำนักงานเขตพระนคร รวมทั้งผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตั้งป้ายประกาศบริเวณชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อแจ้งมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปฯให้ประชาชนในชุมชนรับทราบเกี่ยวกับการดำเนินการรื้อถอนอาคารบ้านเรือนในพื้นที่ชุมชนป้อมหากาฬ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนบ้านที่ยังไม่ได้รื้อถอนอีก 37 หลังคาเรือน รวมทั้งมีการบุกรุกสร้างขึ้นใหม่อีก 5 หลังคาเรือน โดยกทม.จะเข้าทำการรื้อถอนประมาณต้นเดือน ก.พ.2560 โดยกทม.ได้ติดตั้งป้ายประกาศดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.2559
ส่วนกรณีที่ชาวชุมชนร้องขออยู่ต่อในพื้นที่เดิมนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนป้อมมหากาฬพร้อมด้วยกำแพงเมืองเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2492 ทำให้กทม.ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ในขณะเดียวกันก็จะพัฒนาพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ เป็นสวนสาธารณะในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของพื้นที่บริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ พร้อมทั้งจัดให้มีพื้นที่สันทนาการ แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม วิถีชีวิตรอบเกาะรัตนโกสินทร์ด้วย ทั้งนี้กทม.จึงขอให้ชาวชุมชนให้ความร่วมมือในการรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างในบริเวณชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และสามารถใช้ประโยชน์ได้
“จากนี้กระทรวงมหาดไทย จะเป็นหน่วยงานหลักประชุมวางแผนร่วมกับ กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กทม. และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกันพิจารณาดำเนินการให้ประชาชนย้ายออกไปโดยไม่เดือดร้อน ส่วนกรณีที่ชุมชนจะอยู่คู่กับโบราณสถานนั้น สามารถดำเนินการได้ แต่ชุมชนไม่สามารถอยู่ในโบราณสถานได้ เนื่องจากความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสง่างามของโบราณสถานคู่บ้านคู่เมือง”รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว





