วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไพบูลย์'เดินหน้าแผน'แม่น้ำโขงปลอดภัย'ปราบยาเสพติด

"ไพบูลย์" ใช้แผนปฏิบัติการ “แม่น้ำโขงปลอดภัย” เดินหน้าปราบยาเสพติด

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยพลเอก นิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ที่ปรึกษา สำนักงาน ป.ป.ส. พลตำรวจโท ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พลตำรวจโท เรวัช กลิ่นเกษร ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พันตำรวจเอก ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตำรวจตรี ประหยัชว์ บุญศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พันเอก วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง เสนาธิการกองกำลังผาเมือง

นายแพทย์ วิโรจน์ วีรชัย ผู้อำนวยการสถานบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตามคำเชิญของ พลโท จ่อ ส่วย (H.E Lt. Gen. Kyaw Swe) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี พลโท เย อ่อง (H.E. Lt Gen. Ye Aung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชายแดน และดร.มิ้นท์ ทวย (H.E. Dr. Myint Htwe) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้การต้อนรับและร่วมหารือข้อราชการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

พล.อ. ไพบูลย์ กล่าวว่าการหารือกับพลโท จ่อ ส่วย (H.E Lt. Gen. Kyaw Swe) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพลโท เย อ่อง (H.E. Lt Gen. Ye Aung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชายแดนในครั้งนี้ มีประเด็นที่สำคัญ คือ ความร่วมมือในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำ ตามแผนปฎิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 3 ปี (2559-2561) ทั้งการสกัดกั้นเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต และการสกัดกั้นยาเสพติดที่ผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไม่ให้หลุดออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของหน่วยปราบปรามยาเสพติดเมียนมา ซึ่งฝ่ายไทยยินดีให้การสนับสนุน

โดยขอให้จัดทำเป็นแผนความช่วยเหลือต่อเนื่อง 3 ปี ให้ครอบคลุมทั้งด้านการสืบสวน ปราบปราม สกัดกั้น ตรวจพิสูจน์ และการพัฒนาเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการขยายความร่วมมือในการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ การสนับสนุนโครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนไทย-เมียนมา และความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ในเมียนมาที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุน และแนวนโยบายของประเทศไทยต่อการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวทางจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก UNGASS 2016 รวมถึงการจัดตั้งคณะทำงานประสานงานร่วมกัน และในส่วนของการหารือกับ ดร. มิ้นท์ ทวย (H.E. Dr. Myint Htwe) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนั้น ยืนยันว่าฝ่ายไทยยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนด้านการบำบัดรักษา ทั้งด้านวิชาการ ด้านปฏิบัติการ เช่น การฝึกอบรมบุคลากร งบประมาณ ภายใต้โครงการหมู่บ้านคู่ขนานตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า "พล.อ. ไพบูลย์ ให้ความสำคัญกับการหารือข้อราชการครั้งนี้ภายใต้รัฐบาลใหม่นำโดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากสาธารณรัฐแห่งเมียนมาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือ ภายใต้ "โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย" ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 3 (ปี 2559-2561) โดยโครงการดังกล่าวได้ยกระดับความร่วมมือจาก 4 ประเทศเพิ่มเป็น 6 ประเทศ ประกอบด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเทศไทย ราชอาณาจักรกัมพูชา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

เนื่องจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำถือเป็นพื้นที่แหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จากการประมาณการปริมาณยาเสพติดที่มีการลักลอบผลิตในพื้นที่นี้ ในแต่ละปีมีการผลิตยาเสพติดเป็นจำนวนมาก โดยมีการใช้สารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ในการผลิตมากกว่า 3,000 ตัน ยาเสพติดที่หลุดรอดไปได้ส่งผลในการทำลายทรัพยากรบุคคล และสังคมในหลายประเทศทั่วโลก จนเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะ 3 ปี จึงมุ่งหมายสูงสุดที่จะลดปัญหายาเสพติดในภูมิภาคด้วยการผนึกกำลังร่วมกัน มีการกำหนดมาตรการและแนวทางดำเนินงานทั้งในเรื่องการป้องกัน ปราบปราม และการควบคุมสารตั้งต้น เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาการผลิตและการค้ายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลโดยตรงต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่อไป"