"พล.อ.ประยุทธ์" หัวหน้าคสช. ใช้ม.44เด้งผู้ว่าฯสมุทรสาคร พร้อมขรก.ที่ถูกร้องเรียนทุจริตรวม 23 ตำแหน่ง ให้ศอตช.แจงผลสอบภายใน 30 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคำสั่งของคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 33/2559 เรื่อง ให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสําคัญเร่งด่วนของประเทศและเพื่อประโยชน์ ในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการอันเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปราชการแผ่นดิน
หัวหน้าคสช.จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เห็นชอบให้ข้าราชการซึ่งถูกร้องเรียนหรือกล่าวหาว่าปล่อยปละละเลยให้มีการกระทําความผิด เกิดขึ้นในพื้นที่ของตนหรือมีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ หรือดําเนินการหรือไม่ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ จนเกิดความเสียหายแก่ทางราชการและมีมูลอันสมควรตรวจสอบ ระงับการปฏิบัติราชการโดยไม่ขาดจาก ตําแหน่งเดิมและให้ไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นในสังกัดเดิมเป็นการชั่วคราว
ดังนี้ 1.นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสํานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 2.นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการในสํานักงาน อัยการสูงสุด 3. นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี ไปปฏิบัติราชการ ในสํานักงานอัยการสูงสุด 4.นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสํานักงานอัยการสูงสุด 5.นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการในสํานักงานปลัดกระทรวงกระทรวงอุตสาหกรรม 6.น.ส.รัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการ ในสํานักงานปลัดกระทรวงกระทรวงแรงงาน 7.พล.ต.ท. วีรพงษ์ ชื่นภักดี ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ
นอกจากนี้ 8.พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) 9.พล.ต.ต. กฤษกร พลีธัญญวงศ์ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 10.พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 11ใพ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการสตช. 12.พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 13.พ.ต.อ.กิตติพงศ์ วิเศษสงวน ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 14.พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช.
15.พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 16.พ.ต.อ.อัมรินทร์ อัมพรมหา ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 17.พ.ต.อ.กิตติภณ แก้วอัมพร ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 18.พ.ต.อ.ทิฆัมพร ศรีสังข์ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 19. พ.ต.อ.อโนทัย แสงเฟือง ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 20.พ.ต.ท.ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 21.พ.ต.ท. ศุภภัทร สวัสดี ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 22.พ.ต.ต.ทิพากร แก้วเปล่ง ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. 23.พ.ต.ต.นันทพล ทองน่วม ไปปฏิบัติราชการในศูนย์ปฏิบัติการ สตช. ทั้งนี้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)จะมีคําสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ ในศูนย์ปฏิบัติการ ในกองบัญชาการตํารวจแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่เห็นสมควรเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ
ทั้งนี้ให้ศูนย์อํานวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) แจ้งข้อเท็จจริงในการตรวจสอบ การปฏิบัติราชการของผู้นั้นให้หน่วยงานทราบ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยต้องปรากฏผลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และกรณีที่ไม่อาจดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในกําหนดเวลาให้รายงานอัยการสูงสุดหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นและหากผลการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกตรวจสอบมีความผิด ให้ผู้บังคับบัญชาดําเนินการทางวินัยและกฎหมายต่อไป ในกรณีที่ไม่พบว่ามีการกระทําความผิดหรือไม่ถึงขั้นต้องดําเนินการทางวินัยให้เยียวยาแก่ผู้ถูกตรวจสอบโดยให้ไปดํารงตําแหน่ง ในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่นอกพื้นที่เดิมก่อนเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายในคราวต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อดําเนินการแล้วให้แจ้งศอตช.เพื่อรวบรวมไว้เป็น ข้อมูล ให้ผู้บังคับบัญชาในทุกหน่วยงานของรัฐ สอดส่องพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากเห็นว่าควรปรับปรุงแก้ไข ให้ตักเตือน แนะนําย้ายออกนอกพื้นที่ สับเปลี่ยนตําแหน่งหน้าที่การงานหรือหากมีมูลความผิด ให้ดําเนินการทางวินัย โดยคํานึงถึง การให้ความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ผู้นั้น ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาละเว้นหรือบกพร่องในการปฏิบัติ ให้ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ 24 มิ.ย.2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.





