“สิงโตคำราม” อังกฤษ บุกช็อก “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี
ทีมแชมป์โลกถึงเบอร์ลิน ยิงแซงชนะ 3-2 ทั้งที่โดนนำก่อน 2-0 ทำให้ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมเยือนสุดปลื้มแต่ย้ำอย่าเหลิง ด้าน โยอาคิม เลิฟ ยอมรับว่าเกมรุกต้องเร่งแก้
ฟุตบอลอุ่นเครื่อง เมื่อวันที่ 26 มี.ค. “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี เปิดสนามโอลิมปิก เบอร์ลิน รับการมาเยือนของ “สิงโตคำราม” อังกฤษ เกมครึ่งแรกค่อนข้างสูสีกัน แต่เป็นเจ้าถิ่นที่คมกว่าก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที โทนี โครส ยิงไกลให้ทีมออกนำ 1-0
ครึ่งหลัง เยอรมนี มาได้ประตูนำห่าง 2-0 นาทีที่ 57 จาก มาริโอ โกเมซ แต่อีก 4 นาทีต่อมา อังกฤษ กลับสู่เกม แฮร์รี เคน พลิกบอลด้วยส้นเท้าก่อนยิงในเขตโทษเป็น 1-2 และตามตีเสมอได้จากลูกยิงไขว้ของ เจมี วาร์ดี ที่ลงสนามเป็นตัวสำรอง ก่อนที่ช่วงทดเจ็บ อังกฤษมาแซงได้ประตูชัยในเกมนี้จากการโหม่งลูกเตะมุมของ เอริค ไดเออร์ ทำให้จบ อังกฤษ พลิกกลับมาแซงชนะไปอย่างเหลือเชื่อ 3-2
หลังเกม รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเชื่อว่าการทำงานของทีมมาอย่างถูกทางแล้ว และปลื้มกับผลงานของลูกทีมในเกมนี้ แต่ก็ได้เตือนด้วยเช่นกันว่า ผลงานของนัดนี้ถึงจะเป็นผลงานที่สุดยอด แต่ก็เป็นเพียงแค่เกมอุ่นเครื่องเท่านั้น
"มันสำคัญที่ยังคงต้องถ่อมตัวไว้ก่อนในตอนนี้ เรายังมีทางอีกยาวที่ยังต้องไปก่อนที่เราจะประสบความสำเร็จอย่างเยอรมันได้ หลังจากที่พวกเขาบรรลุเป้าหมายมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่มันก็เป็นฟอร์มการเล่นที่ดีและเราสามารถภูมิใจได้มากรวมทั้งได้พลังใจจากเกมนี้ มันเป็นสิ่งที่ดีที่ได้เห็นผู้เล่นกลับมาสู่เกมในแนวทางของพวกเขา แสดงให้เห็นถึงบุคลิกในการกลับมาจากโดนนำ 0-2 สิ่งที่ผมพอใจมากที่สุดคือคุณภาพในการผ่านบอล และการเคลื่อนที่ของพวกเรา เราจบด้วยการทำได้ 3 ประตูจากโอกาสที่สร้างได้อย่างมากมาย“ ฮอดจ์สัน กล่าว
ด้าน โยอาคิม เลิฟ เทนเนอร์ของเยอรมนี ยอมรับว่ามีความกังวลกับทีมชุดนี้ แม้ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ในเกมอุ่นเครื่อง แต่ก็ได้เห็นถึงจุดบอดในทุกๆขุมกำลลังของทีม และไม่ใช่ความผิดพลาดแบบธรรมดาเมื่อต้องแพ้หลังจากที่นำก่อน 2-0
“มันเป็นเรื่องน่าหัวเสียในฐานะโค้ชเมื่อเราแพ้หลังจากนำก่อน 2-0 แต่คุณก็ไม่สามารถพูดได้ว่าเราไม่สมควรแพ้ แม้กระทั่งตอนที่เรานำ 2-0 เราก็ไม่ได้คุมเกม เรามีปัญหาในการขึ้นบอลรวมทั้งแนวรุก เรารู้ในจุดที่เราต้องทำงานต่อไป บางสิ่งบางอย่างไม่ได้ผล และยังเหลืออีกหลายอย่างที่อย่างให้เป็น" เลิฟ กล่าว
ส่วนผลคู่อื่น อาเซอร์ไบจาน แพ้ คาซัคสถาน 0-1, รัสเซีย ชนะ ลิทัวเนีย 3-0, ออสเตรีย ชนะ แอลเบเนีย 2-1, โปแลนด์ ชนะ ฟินแลนด์ 5-0 และ ฮังการี เสมอ โครเอเชีย 1-1





