"ประธาน ป.ป.ช." เผยทุจริตในไทยยังรุนแรง เหตุการใช้กฎหมายไม่เป็นรูปธรรม เตรียมเสนอแก้พรบ.ป.ป.ช. เพื่อทำคดีให้เร็ว
เมื่อวันที่ 21มี.ค.59 เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “ปัญหาและแนวทางในการแก้ปัญหาการทุจริตในภาครัฐ” ที่จัดโดย สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายสถาบันกฎหมายอาญา สำนักงานวิชาการ สำนักงานอัยการสูงสุด ว่า การทุจริตในประเทศไทยยังถือว่ารุนแรง การบังคับใช้กฎหมาย หรือนิติรัฐ ยังไม่เป็นรูปธรรม มีการสำรวจโดย ม.หอการค้าไทย พบว่าความเสียหายที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐในโครงการต่างๆ ก่อนหน้านี้อาจจะสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อปี 58 ลดลงเหลือราว 15 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 1.7 แสนล้าน ถ้าทำให้ลดลงได้ 1 เปอร์เซ็นต์ จะเท่ากับ 1 หมื่นล้านบาท แต่ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 2 ของ ป.ป.ช. ตั้งเป้าว่าประเทศไทยต้องได้คะแนนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (CPI) จากเดิมในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 38 คะแนน มาเป็น50 คะแนน ในปี2560 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ป.ป.ช.กำลังเสนอแก้พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ในนิยามคำว่าไต่สวน จากเดิม เจ้าพนักงานป.ป.ช.ที่สามารถรับเรื่องทุจริตไว้ไต่สวนได้ต้องเป็นระดับชำนาญการ มีประสบการณ์มาแล้ว 5 ปี โดยจะเสนอแก้ไขให้เป็น พนักงานไต่สวน แทนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการทำคดี
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การเข้ามารับตำแหน่งในช่วงนี้ ไม่หนักใจ แต่ถือว่าท้าทาย และโชคดีที่ป.ป.ช.ชุดนี้เมื่อเข้ามาก็มี ป.ป.ช.ประจำจังหวัดแล้ว และปีที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้สนับสนุนบุคลากรให้ 800 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างฝึกอบรม เพื่อรองรับนโยบายป.ป.ช. ที่เปลี่ยนวิธีทำงานให้ป.ป.ช.จังหวัดรับผิดชอบคดีเล็กๆ ภายใน 1ปี ต้องเห็นความชัดเจน องค์คณะไต่สวนต้องตอบให้ได้หากมีอะไรทำให้เกิดความล่าช้า และภายใน 2-3 ปี ต้องเห็นผล ถ้าทำตามนี้ได้ เมื่อเรื่องเกิดเร็ว แสวงหาข้อเท็จจริงเร็ว ดำเนินการไต่สวนเร็ว สรุปสำนวนส่งฟ้องเร็ว ผู้กระทำผิดก็จะติดคุกเร็ว อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตนเป็นตำรวจ ไม่ได้เห็นด้วยกับโทษประหารชีวิต โดยเฉพาะคดีทุจริต เพราะไม่เห็นผลในเชิงบวก การลงโทษโดยการให้ติดคุกในระยะเวลาที่นานพอสมควรก็น่าจะเพียงพอ
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า ถึงแม้พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา103/3 ที่สามารถให้เงินสินบนกับผู้ที่แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งระเบียบของป.ป.ช.กำหนด จ่ายได้ไม่เกิน15เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินที่มีที่มาที่ไปมิชอบ แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกรณีนี้เกิดขึ้น ทั้งนี้ กฎหมายของป.ป.ช.ยังสามารถคุ้มครองพยานที่ให้ข้อมูลใดๆก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจ
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บัญญัติให้จัดตั้งศาลทุจริต ตนเห็นด้วยที่ผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากเจ้าหน้าที่รัฐ ควรมีสิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีเองได้ เพื่อความรวดเร็ว เพราะถ้าผ่านกระบวนการของรัฐอาจใช้เวลายาวนาน ในส่วนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. นั้น เกือบจะเหมือนเดิม มีเพียงเรื่องที่ กรธ.บัญญัติลดวาระดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการป.ป.ช.จาก 9 ปี เหลือ 7 ปี ซึ่งจะได้ทำความเห็นถึง กรธ. ว่า ถ้าลดเหลือ 7 ปีจะกระทบความต่อเนื่องในการทำงาน ส่วนเรื่องอื่น ที่อาจจะมีการแก้ไขในกฎหมายลูกของป.ป.ช. อาจเป็นเรื่องกรอบระยะเวลาในการทำคดี




