สชป.ค้านร่างรธน. ระบุเป็นฉบับริดรอนสิทธิปชช. เสนอจัfเวทีสาธารณะ ถกร่วมกับกรธ. ระบุหากไม่ฟังความเห็นจะรณรงค์คว่ำร่างรธน.
นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป (สชป.) พร้อมคณะร่วมแถลงภายหลังงานสัมนา "รัฐธรรมนูญใหม่ สร้างประชาธิปไตย"ว่า ที่ประชุมเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชน เนื่องจากได้ลดทอนให้แต่ปวงชนชาวไทยที่ได้รับการคุ้มครอง นอกจากนี้ได้ลดสิทธิของประชาชนจำนวนมากที่เคยได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 อย่างสิทธิการจัดการทรัพยาการ สิทธิการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาย สิทธิของผู้บริโภค เป็นต้น ที่ถูกระบุให้เป็นหน้าที่ของรัฐ กลายเป็นว่าสิทธิจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐให้มี
นายไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ในประเด็นโครงสร้างทางการเมืองนั้น การกำหนดให้นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจาก ส.ส. เป็นการขัดกับหลักที่นายกฯควรได้รับเสียงเห็นชอบจากประชาชน อีกทั้งการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวทำให้สิทธิที่ประชาชนสามารถเลือกผู้แทนแบบเขต และผู้แทนแบบพรรค ถูกบังคับให้เลือกพรรคและคนพร้อมกัน ในเรื่องการปกครองท้องถิ่น แนวคิดจังหวัดจัดการตนเองก็หายไป การตัดสิทธิเรื่องการลงประชามติในท้องถิ่น เป็นการตัดประชาธิปไตยทางตรง รวมถึงการกระจายอำนาจในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่ในความคิดแบบเดิม จะเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยเกิดขึ้นไม่ได้
นายไพโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่กำหนดให้เป็นตัวแทนภาครัฐไปชี้แจงต่างประเทศถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในไทย จะเป็นการไปแทรกแซงและลดทอนความเป็นอิสระของ กสม. และทำให้กลายเป็นตัวแทนของรัฐ ดังนั้นโดยรวมแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์ หรือต่อยอดสิ่งที่มีพัฒนาการมาแล้วในสังคมไทยให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยเฉพาะในเรื่องการจัดการทรัพยากรชุมชน ที่ถูกรวบเป็นหลักการโดยรัฐ อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าและความขัดแย้งใหม่ได้ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นฉบับ เพิ่มอำนาจรัฐ ลดทอนอำนาจประชาชน
ด้านนางสุนทรี หัตถี เซ่งกิ่ง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่สามารถตอบสนอง 2 วัตถุประสงค์ได้ คือเป็นกติกาในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้นควรจะเปิดเวทีสาธารณะให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และภาคประชาสังคมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มีเวทีในการเสนอทางออกร่วมกันต่อสาธารณะและให้ข้อมูลต่อสังคมร่วมกัน เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ตอบสนองปัญหาความต้องการของประชาชน จากมุมมองที่หลากหลาย
ทั้งนี้หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ตอบโจทย์ข้อเสนอของประชาชนก็ขอใช้สิทธิที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอให้นำรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 กลับมาใช้ แต่ถ้า กรธ. เปิดกว้างและรับฟังข้อเสนอของภาคประชาชนนำไปปรับปรุงได้ ก็จะประเมินอีกครั้ง แต่ถ้านายมีชัยยังไม่รับฟังความคิดเห็น ก็จะมีการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลไหมว่าการเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ โดยนายไพโรจน์กล่าวว่า เราไม่ควรกลัวคำขู่ใดๆ สังคมไทยควรจะเลือกว่าเราจะกำหนดกติกาบ้านเมืองได้หรือไม่ ขณะเดียวกันการเดินตามขั้นตอนเป็นประเด็นสำคัญ และยืนยันว่าควรจะมีการเลือกตั้ง





