วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.จ่อซักกรธ. ปมเลือกตั้ง ระบบจัดสรรปันส่วนผสม

"พรเพชร"จ่อซักกรธ.ปมเลือกตั้ง ระบบจัดสรรปันส่วนผสม เลือกตั้งส.ว. 20 กลุ่มอาชีพ แจ้งชื่อนายกฯล่วงหน้า

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงกรณีสนช.จะให้ความเห็นร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อส่งให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ทบทวนภายในวันที่ 15 ก.พ.ว่า ใน วันที่ 3 ก.พ.จะมีการประชุมร่วมระหว่างสนช.และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ(สปท.) เพื่อรับฟังเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญจากกรธ. พร้อมกับซักถามประเด็นที่เป็นข้อสงสัย โดยเฉพาะเรื่องประเด็นที่เป็นหลักการสำคัญ อาทิ เรื่องบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่ถูกทักท้วงว่า ไม่เขียนให้ชัดเจนตามรูปแบบรัฐธรรมนูญ แต่ส่วนตัวมองว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้หนักกว่าฉบับ ที่ผ่านๆมา เพราะกำหนดให้เรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องดูแล ประชาชน หากมีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะเป็นความผิดของรัฐบาล สามารถส่งเรื่องให้องค์กรอิสระเช่น ป.ป.ช. และศาลต่างๆดำเนินการเอาผิดได้ ถือว่าเขียนได้ดีกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา 

นายพรเพชร กล่าวว่า ส่วนเรื่องการได้มาของรัฐสภา ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวเลือกส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายกรัฐมนตรีนั้น จากการหารือกับสนช.หลายคนยังสงสัยเรื่องดังกล่าว คงต้องขอคำอธิบายเพิ่มเติม เพราะนายกฯเคยให้หลักการว่า ร่างรัฐธรรมนูญต้องมีความเป็นสากลและเข้ากับบริบทของสังคมไทย แม้กรธ.ระบุได้ทำโพลสอบถามประชาชนแล้วว่า ชอบระบบการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว แต่สนช.คงต้องสอบถามว่า ระบบเลือกตั้งดังกล่าวมีความเป็นสากลและเข้ากับบริบทของสังคมไทยหรือไม่ ขณะที่เรื่องการได้มาของส.ว.ที่ให้มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 20 กลุ่ม เลือกไขว้กันเองระหว่างกลุ่ม ซึ่งสนช.เป็นห่วงว่าจะได้ผู้มีความเหมาะสมในแต่ละกลุ่ม หรือไม่ รวมทั้งมีความเป็นห่วงเรื่องการฮั้ว และที่มา 20 กลุ่มอาชีพ อาจเป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นมา สำหรับที่มาของนายกรัฐมนตรี ที่ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี 3 คน ให้ทราบล่วงหน้า แม้จะอธิบายว่า ประชาชนชอบประเด็นนี้ แต่คงต้องสอบถามว่า จะตอบโจทย์เรื่องอะไร ถือเป็นหลักสากลและเข้ากับบริบทของสังคมไทยหรือไม่ รวมทั้งการให้อำนาจองค์กรอิสระมากเกินไป ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง โดยไม่ยึดโยงประชาชน ก็คงต้องมีการสอบถามเช่นกัน เพราะการมีองค์กรอิสระนั้นมีมาตั้งแต่ปี 2540 ก็เพื่อการเพิ่มอำนาจตรวจสอบของศาล 

นายพรเพชร กล่าวต่อว่า หลังจากที่สนช.และสปท. หารือกันในวันที่ 3 ก.พ.แล้ว จาก นั้นในวันที่ 5 ก.พ. สนช.จะประชุมเพื่ออภิปรายแสดงความเห็นร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวว่า ควรเสนอหรือปรับปรุงแก้ไขปัญหาอย่างไร โดยเชิญตัวแทนกรธ.มาร่วมรับฟังด้วย เมื่อได้ความเห็นอย่างไรจะส่งความเห็นให้คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. ไปสรุปรวบรวมความเห็นมาและส่งเข้าที่ประชุมสนช. ในวันที่ 12 ก.พ.ให้ความเห็นชอบรับรองรายงานดังกล่าว เพื่อส่งต่อไปยังกรธ.ภายในวันที่ 15 ก.พ.ต่อไป

"ร่างรธน.ฉบับนี้เป็นร่างเบื้องต้น ซึ่งเชื่อว่า นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรธ. จะปรับปรุงร่างและอธิบายเหตุผลต่อสังคมได้ และผมมั่นใจว่า หลังจากที่กรธ.ได้รับฟังข้อเสนอแนะจากหลายฝ่ายแล้ว จะมีการปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน" นายพรเพชร กล่าว 

นายพรเพชร ยังกล่าวว่า สำหรับการยกร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ ในเวลา 8 เดือน ซึ่งสนช.จะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 2 เดือน ถือเป็นภาระหนักมาก เพราะปกติกฎหมายแต่ละฉบับที่สนช.พิจารณาใช้เวลานานกว่า 2 เดือนแล้ว ดังนั้นสนช.จะต้องพิจารณากฎหมายลูกอย่างรอบคอบ และอาจต้องปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดบางเรื่อง ซึ่งหากว่า มีความจำเป็นที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)จะต้องไปประชุมพิจารณากฎหมายนอกสถานที่ตามเกาะต่างๆ เช่น เกาะล้าน เกาะ ช้าง ที่ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้สะดวก เพื่อพิจารณากฎหมายลูกให้เสร็จตามกรอบเวลาก็ต้องทำ แต่สนช.จะไม่เสนอขอให้เพิ่มเวลาการพิจารณากฎหมายลูก เพราะจะถูกครหา เป็นการยืดเยื้อ ต้องการต่ออายุให้คสช. ดังนั้นกมธ.ต้องอุทิศเวลาเต็มที่ สมาชิกต้องเข้าใจ ยืนยันว่า สนช.จะพิจารณากฎหมายลูกเสร็จทันเวลา 2 เดือนแน่

เมื่อถามว่า ขณะนี้นักการเมืองเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ใช้ยาแรงเกินเหตุ จะปลุกให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญในการทำประชามติ นายพรเพชร กล่าวว่า อยากให้นักการเมืองเข้าใจ เพราะร่างนี้เป็นร่างเบื้องต้น ขอให้กลับไปคิดให้ดีๆก็อาจจะเปลี่ยนใจได้ บางเรื่องเมื่อใช้ในระยะแรกๆคนอาจจะต่อต้าน แต่เมื่อผ่านไปนานๆ คนส่วนใหญ่จะยอมรับและชื่นชม เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำในการทำประชามติ จะทำอย่างไรต่อไป นายพรเพชร กล่าวว่า นายกฯพูดมาตลอดว่า เรื่องนี้มีทางออก แต่ถ้าพูดตอนนี้จะเป็นการชี้นำ นายกฯคงต้องคิดอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร ซึ่งนายกฯยืนยันว่า ถึงอย่างไรก็จะต้องมีการเลือกตั้งในปี 2560 ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไร ต้องปรึกษานักกฎหมายอาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หรือตนก็ได้