ก.ค.ศ.เดินหน้าตามใบสั่ง“ดาว์พงษ์” ปรับปรุงการบริหารงานทั้งระบบ เล็งปรับเกณฑ์ให้อำนาจสพฐ.ในฐานะต้นสังกัดพิจารณาโยกย้าย-ลงโทษครู-ผอ.ร.ร.ได้เอง
นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาธิการ ก.ค.ศ.) เปิดเผยความคืบหน้าตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สั่งการให้ ก.ค.ศ.หาแนวปรับแก้อำนาจในการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีอำนาจในการบริหารงานครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่อำนาจในการโยกย้าย ลงโทษ หรือสอบสวนทางวินัย เป็นของก.ค.ศ. ทำให้ที่ผ่านมา การทำงานต่างๆ ยังไม่ลงตัวมีข้อติดขัด อาทิ ข้อกำหนดของ ก.ค.ศ.ที่ว่าไม่สามารถย้ายครู หรือผู้บริหารสถานศึกษาได้ หากเจ้าตัวไม่ยินยอม เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้น หรือแม้กระทั่งมีครูมากเกินไปในบางพื้นที่ เพราะ สพฐ.ซึ่งทำหน้าที่บริหารบุคลากร ไม่มีอำนาจสั่งย้าย หรือเกลี่ยครูได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนั้น เวลามีเรื่องร้องเรียนต่างๆ เข้ามา สพฐ.ก็ไม่มีอำนาจสั่งย้ายครู หรือผู้บริหารโรงเรียนที่มีปัญหา สั่งย้ายได้แต่ก็เพียงชั่วคราว เพราะเป็นอำนาจของ ก.ค.ศ. ว่า เรื่องดังกล่าวยังเป็นเพียงแนวคิด แต่ก็มีความเป็นไปได้ โดยการปรับแก้อำนาจในการสั่งย้าย หรือลงโทษทางวินัยข้าราชการครู และผู้บริหาร ไม่ใช่การลดอำนาจก.ค.ศ. แต่ถือเป็นการปรับระบบการบริหารจัดการเพื่อให้สพฐ. มีอำนาจในการบริหารบุคลากรอย่างสมบูรณ์สามารถแก้ปัญหา ข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นได้เอง
นายพินิจศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังเป็นแนวคิด เพื่อให้การบริหารบุคลากรของ สพฐ.มีความสมบูรณ์ เพราะที่ผ่านมา สพฐ.ไม่มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ที่ทำหน้าที่กลั่นกรองงานบริหารงานบุคคลส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนต่างๆปัญหาการบริหารจัดการบุคลากร อาทิ การเกลี่ยครูลงไปในพื้นที่ขาดแคลนครู สพฐ.ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที ต้องรอเสนอก.ค.ศ. พิจารณาก่อน
ซึ่งตรงนี้ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ช้าลง อีกทั้งยังมองว่าหากให้ สพฐ. ซึ่งเป็นต้นสังกัดของครูและผู้บริหารโรงเรียนอยู่แล้ว ดูแลเรื่องเหล่านี้เอง ก็จะทำให้การดำเนินการมีความรอบคอบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดได้ว่าการปรับแก้เรื่องดังกล่าวจะออกมาในรูปแบบใด เพราะอยู่ระหว่างดำเนินการ
“เดิมทีกฎหมายให้อำนาจ ก.ค.ศ.ในการดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคล เพราะมองในแง่ของการกระจายอำนาจ แต่เวลานี้ทุกฝ่ายมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นตรงกันว่าถ้าการบริหารงานบุคคลไม่ผ่านต้นสังกัดแล้ว ก็อาจจะไม่เกิดความรอบคอบและส่งผลให้เกิดปัญหาระยะยาวได้ เพราะฉะนั้น ก.ค.ศ.จึงรับนโยบายนี้มาศึกษาเพื่อให้การบริหารงานบุคคลมีความสมบูรณ์มากขึ้น”นายพินิจศักดิ์ กล่าว





