"ชาติชาย"ระบุกรธ. เปิดช่องนักการเมืองอุทธรณ์ คำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง ชี้ยังไม่ได้ข้อสรุปจำนวนและที่มาส.ว. แต่ยังคงไม่ให้อำนาจถอดถอน
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในหมวดของศาล โดยมีการกำหนดหลักการทั่วไปของศาลในเรื่องต่างๆ อาทิ การพิจารณาพิพากษาคดี การจัดตั้งศาล การแต่งตั้งและการพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงการชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้กำหนดหลักการเกี่ยวกับอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม และกำหนดให้การแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือนหรือตำแหน่ง รวมถึงการบริหารบุคคล จะต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม เพื่อเป็นหลักประกันความอิสระของผู้พิพากษาที่ปลอดจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
"ที่ประชุมได้พิจารณาในส่วนของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ผู้ถูกฟ้องสามารถอุทรณ์คำพิพากษาต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีคำพิพากษา แต่จะอุทธรณ์ได้เฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย หรือถ้าจะเป็นการอุทธรณ์ในกรณีที่เป็นข้อเท็จจริง ก็ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่มาจากหลักฐานใหม่ และส่งผลให้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในเรื่องสำคัญ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อความเป็นธรรมของการพิพากษาในรอบแรกอย่างแน่นอน"โฆษก กรธ. กล่าว
นายชาติชาย กล่าวอีกว่า ในส่วนของที่มาของ ส.ว. ที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่มีหลักการที่จะทำให้ได้ ส.ว. ที่มีความสามารถ มีความรู้ในการกลั่นกรองกฎหมาย ให้ความเห็นชอบองค์กรอิสระต่างๆ รวมถึงสร้างภูมิคุ้มกันปลอดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองมากที่สุด และยังคงหลักการไม่ให้ ส.ว. มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่การเลือกตั้งทางตรงจะเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะจะมีความทับซ้อนกับการเลือก ส.ส. ในส่วนเรื่องของจำนวน ส.ว. เบื้องต้นที่ประชุมได้พูดคุยถึงจำนวน ส.ว ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และ 50 รวมถึงร่างฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ไม่ผ่านมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเช่นกัน
นายชาติชาย ยังกล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดให้มีสโลแกนการร่างรัฐธรรมนูญคือ “ร่วมคิด ร่วมร่าง ร่วมสร้างรัฐธรรมนูญ” เพื่อบ่งบอกว่า กรธ. พร้อมรับความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นการยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่ได้มาจากความคิดเพียง 21 คนเท่านั้น นอกจากนี้ กรธ. จะจัดงานสัมมนา “การรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มเฉพาะต่อร่างรัฐธรรมนูญ” ในวันที่ 19 พ.ย. โดยมี 7 กลุ่มเฉพาะที่เข้าร่วมประกอบด้วย 1.กลุ่มปฏิรูปการศึกษา 2.กลุ่มการค้าเสรี 3.กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค 4.กลุ่มสิทธิสตรี 5.กลุ่มสื่อสารมวลชน 6.กลุ่มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 7.สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย





