โฆษกรบ.แจงนายกฯ งดจ้อสื่อ เพราะไม่มีวาระประชุม ชี้ไม่จำเป็นต้องบอกสื่อทุกเรื่อง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านรัฐมนตรีหลายคนไปปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศ และไม่มีวาระการประชุม นายกฯจึงนั่งเซ็นหนังสือต่างๆ ศึกษาข้อกฎหมาย ดูแผนงานเดิม และเรียกเจ้าหน้าที่แต่ละกระทรวงมาชี้แจงความคืบหน้าแผนงานใหม่ รายละเอียดเป็นอย่างไร สิ่งที่นายกรัฐมนตรีอยากทำความเข้าใจ การปฏิบัติงานของนายกรัฐมนตรีไม่ได้หมายความว่าทำเสร็จแล้วต้องลงมาพูด เพียงแต่ที่ผ่านมานั้นนายกรัฐมนตรีมีความรู้สึกว่าการที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการอธิบายจะทำให้สังคมเข้าใจมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าเข้าใจว่าการทำงานของนายกฯคือการทำแล้วลงมาเล่าให้สื่อมวลชนฟัง
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ประการต่อมา จะเห็นว่ามีสิ่งต่างๆ งวดเข้ามา เช่น คดีต่างๆ ที่มีตารางเวลาที่รัฐเป็นโจทก์หรือจำเลย และมีผลกระทบต่อผู้ที่มีส่วนได้เสีย เมื่อเป็นเช่นนั้น คนที่ได้รับผลกระทบก็จะต้องมีการชี้แจง อธิบายกับสังคม ก็จะเกิดเป็นประเด็นความขัดแย้ง สื่อมวลชนบางส่วนก็มักนำปมประเด็นเช่นนี้มาถามนายกฯ ไม่ว่าจะตอบอย่างไรก็จะทำให้เกิดความขัดแย้งใหม่ หรือขยายความขัดแย้งได้ นายกฯจึงระมัดระวังที่ไม่อยากให้เกิดบรรยากาศเช่นนั้น จึงพยายามให้ทีมโฆษกหรือทีมกฎหมายเป็นผู้ชี้แจง จะมีความเหมาะสมกว่า ที่ผ่านมามีเรื่องบางเรื่องเป็นกฎหมายที่จะต้องอธิบายความให้เข้าใจ ยกตัวอย่างเช่น ทำไมถึงไม่ฟ้องร้องศาล ทำไมจึงใช้อำนาจทางการปกครอง ถ้าดูรายละเอียดจะพบว่า อำนาจทางการปกครองนั้นมีกฎหมายรองรับ ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย จะถือว่าละเลยต่อกฎหมาย และจะถูกป.ป.ช.แจ้งว่าเราละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายและจะต้องรับผิดชอบ แต่ในท้ายที่สุด การดำเนินการแบบนี้ เชื่อว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบเขาก็ต้องไปร้องศาลอยู่ดี ฉะนั้นเรื่องราวเหล่านี้จะไปสู่ศาลอยู่ดี ไม่เห็นต้องวิตกกังวลเลยว่าทำไมรัฐบาลต้องทำแบบนี้
“มีคนมาเข้าพบนายกฯเยอะ มาให้ทั้งให้ข้อมูล รายงานผลการปฏิบัติงาน เรียกมาถามความคืบหน้า นายกฯเป็นคนที่ไม่คอยการรายงานเฉพาะในการประชุมครม.อย่างเดียว ถ้าเป็นเรื่องสำคัญที่ติดตาม จะเรียกมาพบทันที” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีสบายใจในการอธิบายของทีมโฆษกและทีมกฎหมายหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศไม่ได้มีแต่เพียงความขัดแย้งทางการเมืองอย่างเดียว มันมีหลายมิติ เช่น ปัญหาการบริหารราชกร ประมงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ การบินพลเรือน ทุกมิติมีความเกี่ยวพันกัน มันไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ต้องควบคู่กันไป นายกรัฐมนตรีนายกฯเป็นห่วงทุกเรื่อง อยากใช้เวลาที่มีอยู่ 6-4-6-4 ตามสูตร ทำเท่าที่จะมากได้ ตามกำลังที่มีภายใต้กรอบกฎหมาย และอะไรที่ใช้กฎหมายปกติได้ก็จะทำ แต่หากเร่งด่วน มีตารางเวลา ก็อาจจะใช้อำนาจตามมาตรา 44
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีตำหนิการออกมาอธิบายของทีมโฆษกบ้างหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ นายกฯเป็นคนให้เกียรติคน และตนว่าคนทำงานด้วยกันมา เราจะรู้ว่าใครต้องการสื่อความหมายอะไร อะไรที่มีข้อมูลชัดเจนก็สื่ออกไป อะไรที่ยังรู้สึกว่าข้อมูลยังไม่พอ หรือไม่มั่นใจในนัยยะก็จะถาม แต่จะไม่ถามทุกเรื่อง เพราะนายกฯไม่ชอบให้ใครถามทุกเรื่อง ต้องคิดเองบ้าง





