วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาลอัดงบ500ล.เดินหน้า'คูปองนวัตกรรมเฟส2'

รัฐบาลอัดงบ 500ล. เดินหน้า "คูปองนวัตกรรมเฟส2" ระบุเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอีสู่ประชาคมอาเซียน

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า “โครงการคูปองนวัตกรรม เพื่อยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถของเอสเอ็มอีไทย(SMEs) ไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ได้ดำเนินการเข้าสู่ ระยะที่ 2 แล้ว โดยระยะแรกได้เริ่มดำเนินการในปี 2553 – 2555 ที่ผ่านมาได้รับเสียงการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถพัฒนาแนวคิดและต้นแบบนวัตกรรมได้ถึง 277 โครงการ นับได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง รัฐบาลจึงได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องในระยะที่ 2 (2555 – 2559) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างคณะกรรมการ ร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) สำนักงานนวัตกรรม แห่งชาติ (สนช.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยรัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณ 500 ล้านบาทในรูปแบบคูปองนวัตกรรม ที่มีลักษณะเป็นเงินให้เปล่าแก่เอสเอ็มอีสูงสุดโครงการละ 1,500,000 บาท มุ่งเน้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ จากการวิจัยและพัฒนา (R&D)

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ซึ่งเอสเอ็มอีที่เข้าร่วม โครงการนอกจากจะได้รับการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนแล้วยังจะได้รับองค์ความรู้และการให้คำปรึกษาจาก ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการ พัฒนานวัตกรรมจนสำเร็จ โดยผู้ประกอบการ 1 ราย จะสามารถขอรับเงินสนับสนุนได้ไม่เกิน 2 โครงการ และแต่ละโครงการนั้นผู้ประกอบการจะต้องมีส่วนร่วมใน การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนานวัตกรรมคิดเป็น ร้อยละ 25 ของมูลค่าทั้งหมดของโครงการ และดำเนิน โครงการให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับความสะดวกในการสมัครเข้าร่วมโครงการมากที่สุดจึงได้จัดให้มีช่องทางการลงทะเบียนผ่านทางออนไลน์นับตั้งแต่การลงทะเบียนและการยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนสนับสนุน

ทั้งนี้เอสเอ็มอีที่สนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องขึ้นทะเบียนเอสเอ็มอีก่อนจึงจะสามารถยื่นข้อเสนอโครงการได้ ส่วนผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการระยะที่ 1 มาแล้วมีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการในระยะที่ 2 ก็สามารถทำได้โดยต้องขึ้นทะเบียนและยื่นข้อเสนอโครงการใหม่เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อให้ สนช.จับคู่ที่ปรึกษาในการพัฒนาโครงการ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเสนอโครงการมีความเป็นไปได้ผู้ประกอบการจะต้องทำโครงการฉบับสมบูรณ์เพื่อขออนุมัติโครงการ และเมื่อโครงการได้รับการอนุมัติแล้วผู้ประกอบการก็จะได้รับเงินสนับสนุนในรูปแบบคูปองซึ่งจะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายเป็นงวดๆ ไปภายหลังจากที่ผู้ประกอบการได้มีการดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา

“เอสเอ็มอีถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และได้เน้นย้ำกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนให้เอสเอ็มอีมีขีดความสามารถที่สูงขึ้น สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนและยื่นข้อเสนอโครงการภายในวันที่ 31 ต.ค. 2558 โดยผู้ประกอบการสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ http://coupon.nia.or.th”โฆษก ฯ กล่าว