วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอส่งสำนวนโกงสหกรณ์คลองจั่น6พันล. สั่งฟ้อง'ศุภชัย-พวก'

"ดีเอสไอ"ส่งสำนวนฉ้อโกงสหกรณ์คลองจั่นฯ 6,000 ล้านบาทให้อธิบดีอัยการคดีพิเศษ สั่งฟ้อง" ศุภชัย ศรีศุภอักษร"กับพวกรวม12คน ฉ้อโกงประชาชน

พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ ฉิมกรา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และยาสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำสำนวนการสอบสวนกรณีฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด มูลค่าความเสียหายกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมเอกสารหลักฐานจำนวน58แฟ้ม กว่า 21,000แผ่น และความเห็นสมควรฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อายุ 57 ปี อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่นฯ กับพวกรวม12 ราย ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ343 มาส่งมอบให้นายภาณุพงษ์ โชติสิน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งคดี

พ.ต.ท.บรรณฑูรย์ กล่าวว่า วันนี้ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมสำนวนคดีส่งมอบให้อัยการ ซึ่งคดีนี้มีผู้ต้องหารวม 12 ราย โดยนายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์ฯ ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว จึงไม่ได้นำตัวมาส่งมอบให้อัยการ หลังจากนี้อัยการก็จะได้พิจารณาสำนวนและกำหนดวันนัดและแจ้งผู้ต้องหามารายงานตัวเพื่อรับทราบคำสั่งคดีต่อไป 

คดีสหกรณ์คลองจั่นฯ ดีเอสไอได้สรุปสำนวนส่งให้อัยการไปก่อนนี้ 2 สำนวน คือ คดียักยอกทรัพย์ ส่วนคดีฉ้อโกงประชาชนที่ส่งสำนวนนี้ถือเป็นสำนวนที่ 3 โดยพฤติการณ์ความผิดยักยอกทรัพย์ แยกคนละส่วนกับคดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งอัยการยื่นฟ้องคดียักยอกทรัพย์ไปแล้ว 1 สำนวน อีกสำนวนอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่คดีนี้ถือเป็นอีก 1 คดีหลักสำคัญ เนื่องจากมีมูลค่าความเสียหายมากถึง 6,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังได้มีการขยายผลการสอบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อจะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีฐานฟอกเงินอีกด้วยที่มีพนักงานสอบสวนดีเอสไออีกชุดกำลังดำเนินการอยู่ โดยขณะนี้ยังไม่พบเส้นทางการเงินที่มีการโอนย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศ หากพบก็จะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีที่นายศุภชัย และวัดธรรมกาย กับสหกรณ์ฯ ได้มีการเจรจาคืนเงินในคดีที่มีฟ้องแพ่งกันแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ยุติการสอบสวนรวบรวมหลักฐานการดำเนินคดีหากพบหลักฐานทางการเงิน นอกจากนี้ในส่วนของนายศุภชัยและผู้ต้องหาบางรายนั้น ดีเอสไอได้ดำเนินการอายัดโฉนดที่ดินไว้แล้วประมาณ 12 แปลง เพื่อจะให้อัยการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนวนคดีฉ้อโกงฯ นี้ มีผู้ต้องหาทั้งสิ้น 13 ราย โดยดีเอสไอ เห็นควรไม่ฟ้อง 1 ราย คือ น.ส.สิรภัทร โพธิ์พรม อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เนื่องจากไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิด ขณะที่คดียักยอก และฉ้อโกงฯ สหกรณ์คลองจั่น มีผู้เสียหายกว่า 2,160 ราย

โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา อัยการ ได้ยื่นฟ้อง นายศุภชัย อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่นฯ เป็นจำเลย แล้ว 1 สำนวน ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 และ 354 ต่อศาลอาญา เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1739/255 กรณีเมื่อปี 2556 นายศุภชัย สั่งการให้เจ้าหน้าที่การเงินเบิกเงินสด สหกรณ์หลายครั้ง จำนวน 22,132,000 บาท เข้าบัญชีของจำเลยหรือบุคคลที่สาม ในชั้นศาลนายศุภชัย ให้การปฏิเสธ และเตรียมพยาน 5 ปากสู้คดี ส่วนโจทก์มีพยาน 15 ปาก คดีนั้นสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 8 มี.ค.59 ส่วนนายศุภชัย ไม่ได้รับประกันตัว

ส่วนคดีที่ดีเอสไอ สรุปสำนวนยักยอกทรัพย์ กล่าวหานายศุภชัย,น.ส.ศรันยา มานหมัด อดีตรองผู้จัดการฝ่ายการเงิน,นายลภัส โสมคำ อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ และนายกฤษฎา มีบุญมาก อดีตหัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ ยักยอกทรัพย์สหกรณ์กว่า 12,000 ล้านบาท ให้อัยการพิจารณาสั่งคดีเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมานั้น ยังอยู่ระหว่างอัยการให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม