3กรธ.ลุยงานร่างรธน. เตรียมชงตั้งอดีตกมธ.ร่างรธน.เป็นที่ปรึกษา "อภิชาต"ปัดรื้อระบบเลือกตั้งสัดส่วนผสม "ชาติชาย"เล็งนำรธน.ปี40และ50มาพิจารณา
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และได้ประกาศรายชื่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นเบื้องต้น แล้วว่าขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้เกียรติได้เลือกตนเข้าไปทำหน้าที่ กรธ. ทั้งนี้ยอมรับว่าการทาบทามเข้าไปทำหน้าที่นั้นเป็นไปอย่างกระทันหัน โดยมีผู้ใหญ่ได้โทรศัพท์มาระหว่างขับรถ เมื่อได้พูดคุยแล้วได้ตอบตกลงเข้าร่วมทำงาน ส่วนแนวทางการทำงานร่างรัฐธรรมนูญนั้น ยังไม่ได้วางโจทย์ใด ๆ ไว้ ส่วนระบบเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2558 ที่อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ทำไว้นั้น ยังไม่ได้ศึกษาดังนั้นขอไม่ตอบคำถามว่าจะรื้อระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมหรือไม่ อย่างไรก็ตามในส่วนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญคงนำเนื้อหาจากฉบับก่อนๆ มาพิจารณาร่วมด้วย
"เมื่อผมได้เข้าไปทำหน้าที่ก็จะพยายามเต็มที่ในส่วนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ โดยผมจะใช้ความรู้และประสบการณ์จากที่เคยเป็นผู้พิพากษา มากว่า 33 ปี และกกต.กว่า 7 ปี ดังนั้นจะใช้ประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยทำร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนกระแสกดดันทางการเมืองหรือภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมนั้น ผมไม่หนักใจ เพราะเชื่อว่าการทำร่างรัฐธรรมนูญจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมและแสดงความเห็นมายังผู้ร่างรัฐธรรมนูญ" นายอภิชาต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะพิจารณาให้อดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมทำงานด้วยหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่ทราบต้องรอให้ที่ประชุมพิจารณากันก่อน แต่ความเห็นส่วนตัวมองว่าอดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอาจเข้ามาทำงานร่วมกันในฐานะที่ปรึกษาได้ ฐานะที่เป็นผู้ทำร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2558 มาก่อน
นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อาจารย์คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวภายหลังได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรธ. ถึงแนวทางการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า ต้องนำกรอบเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 , รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาพิจารณาร่วมกับบริบทปัจจุบัน ที่มีความต้องการที่หลากหลาย โดยหัวใจต้องทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีชีวิต ไม่ถูกฉีกได้ง่าย รวมถึงตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยาว นอกจากนั้นต้องยึดหลักประชาธิปไตย เสรีภาพ ความเสมอภาคในการทำงานร่วมกัน รวมถึงการสร้างกลไกภาคประชาชน เอกชน และภาครัฐให้เกิดความสมดุล โดยในส่วนของกลไกภาคประชาชนนั้นต้องปรับปรุงด้านการตรวจสอบของภาคประชาชนให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ ขณะที่ภาครัฐนั้นต้องเน้นการตรวจสอบตนเองมากขึ้นกว่าเดิมที่เน้นให้บุคคลภายนอกเข้ามาตรวจสอบ
"ร่างรัฐธรรมนูญ ปี2558 มีของดี 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ โดยกลไกของภาคประชาชนมีจำนวนมาก แต่การปรับปรุงนั้นต้องทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เป็นภาพของการทะเลาะ นอกจากในประเด็นของการปฏิรูป เช่น กระบวนการยุติธรรม หรือตำรวจ ต้องวางกลไกให้เกิดการปฏิรูปที่แท้จริง ส่วนแรงกดดันทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดา การทำร่างรัฐธรรมนูญต้องประสานประโยชน์ คือ นำความจริงของฝ่ายต่าง ๆ มาประมวล นำเสนอ และอธิบาย ผมมองว่าการทำร่างรัฐธรรมนูญคงไม่ทำให้ใครถูกใจ หรือพอใจทั้งหมดได้แต่ต้องสร้างหลักการที่ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับและยึดหลักไปด้วยกัน"นายชาติชาย กล่าว
ส่วนนายอมร วานิชวิวัฒน์ กรธ. กล่าวว่า แปลกใจที่ได้รับเลือกให้เป็น กรธ. ทั้งที่ตนตั้งใจจะเข้าไปทำหน้าที่สานงานด้านปฏิรูปต่อเนื่อง แต่เมื่อได้รับเลือกเข้าไปทำหน้าที่แล้วต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เห็นส่วนดีของตนจึงให้ความไว้วางใจในการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตามในแนวทางการทำงานมีสิ่งที่ตนจะเสนอต่อที่ประชุมกรธ. คือ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายต่อการให้ความเห็นร่างรัฐธรรมนูญ





