ปปง.แถลงผลงาน 16 ปี ยึดทรัพย์กว่า 12,000 ล้านบาท รับการประเมินจากFATF ในปี 59 หากไทยผ่านการประเมินจะมีระบบการเงินที่มั่นคง
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 16 ปี โดย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง.กล่าวถึงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการ 2 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการป้องกันการฟอกเงินและด้านการปราบปรามการฟอกเงิน ในด้านป้องกันการฟอกเงินที่สำคัญได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้มีความทันสมัยและปรับปรุงการบังคับใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการกำกับ ดูแลสถาบันการเงินให้มีบทบัญญัติที่ก้าวทันต่ออาชญากรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ปรับปรุงความผิดมูลฐานให้มีความชัดเจนสอดคล้องตามมาตรฐานสากล
ส่วนผลงานด้านการปราบปรามการฟอกเงินที่สำคัญ ยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดมูลฐาน รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 12,000,000,000 บาท ได้แก่การยึดและอายัดทรัพย์สินอดีตประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด กับพวก การดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินกรณียักยอกเงินของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง การดำเนินการอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดบริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด การยึดอายัดทรัพย์สินอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางกับพวก
เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า ผลงานด้านการปราบปรามการฟอกเงินที่สำคัญอีกส่วน คือ การจัด "มหกรรมขายทอดตลาด ตัดวงจรการฟอกเงิน นำเงินคืนสู่แผ่นดิน” ภายใต้แนวความคิด “ของดี มีคุณค่า ราคา ไม่แพง"โดยขายทอดตลาดทรัพย์สินของอดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กว่า3,000 รายการ. โดยสำนักงาน ปปง. ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินในคดีนี้มาแล้ว 3 ครั้ง มีมูลค่ากว่า 80 ล้านบาท และจะดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 21–24 กันยายน นี้
เลขาฯปปง. กล่าวอีกว่า ปีหน้าปปง.เตรียมพร้อมรองรับการประเมินจากคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force) หรือ FATFตามมาตรฐานสากลในด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย(Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism – AML/CFT)ในปี พ.ศ. 2559ซึ่งการประเมินดังกล่าว สำนักงานปปง. จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพราะหากประเทศไทยผ่านการประเมินในครั้งนี้ จะส่งผลให้ประเทศไทยมีระบบการเงินที่มีมาตรฐาน มีระบบเศรษฐกิจการลงทุนที่เป็นที่ยอมรับของทุกประเทศทั่วโลก





