วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรมศุลฯบุกทลายโกดังสินค้าหนีภาษี ยึดของกลางกว่า2ตัน

กรมศุลฯร่วม ทหาร ตร.หลักสอง บุกทลายโกดังสินค้าหนีภาษี ยึดเสื้อผ้าเด็ก-ชุดกีฬา กว่า2ตัน มูลค่า2แสนบาท

พ.ท.บัญชา สุคนธะทัต นายทหาร การข่าวกอ.รมน.กทม.สนธิกำลังร่วมกับ นายเอกภพ โกจันทึก นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ กรมศุลกากร พ.ต.ท.ชัชชัย จักรวิวัฒนากุล รอง ผกก.ป.สน.หลักสอง และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและปราบปราม สน.หลักสอง รวม40นาย เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถนนพุทธมณฑลสาย2 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ ภายหลังสืบทราบว่าอาคารดังกล่าวมีการนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาเก็บไว้และส่งจำหน่ายจำนวนมาก

บริษัทดังกล่าว มีลักษณะเป็นโกดังสำหรับเก็บสินค้าจำพวกเสื้อผ้า น้ำหนักรวมประมาณ 10 ตัน ด้านข้างทำเป็นห้องสำนักงาน ความสูง1ชั้น โดยมีชายสัญชาติกัมพูชา รับเป็นเจ้าของบริษัท จากการตรวจสอบภายในโกดังพบสินค้า ประเภทเสื้อผ้าสำหรับเด็กลายการ์ตูนดัง และเสื้อกีฬาแบรนด์เนมดังที่ละเมิดลิขสิทธิ์โดยการปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าจำนวนประมาณ 2 ตัน จึงยึดไว้เป็นของกลาง ใช้เวลาเข้าตรวจค้นประมาณ1ชม.

พ.ท.บัญชา เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารและกรมศุลกากร ได้สืบทราบมาว่า ที่บริษัทแห่งนี้มีการจัดเก็บและส่งขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แถมยังขนส่งสินค้าโดยไม่ผ่านกระบวนการของกรมศุลกากรด้วย ดังนั้่นจึงสนธิกำลังร่วมกับตำรวจท้องที่ และอาสาตำรวจบ้าน เข้าทำการตรวจค้น ผลการปฏิบัติเบื้องต้น สามารถยึดของกลางเป็นเสื้อผ้าเด็กและชุดกีฬาที่ละเมิดลิขสิทธิ์แบรนด์ดังได้จำนวน 2 ตัน มูลค่าประมาณ 2 แสนบาท จากสินค้าในโกดังทั้งหมด 10 ตัน ส่วนชายสัญชาติกัมพูชาที่รับเป็นเจ้าของนั้น เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะได้นำตัวไปสอบสวนขยายผลต่อไป

จากการสอบสวนชายสัญชาติกัมพูชา ให้การภาคเสธ ว่า ก่อนหน้านี้ ในช่วงปี2556 ตนทำธุรกิจนำเข้าสินค้าประเภทเสื้อผ้า จากประเทศกัมพูชา ส่งจำหน่ายให้กับร้านค้าที่ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว จนช่วง 4 เดือนที่ผ่านมานี้ ได้ย้ายที่ทำธุรกิจ มาเปิดบริษัท ย่านพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อใช้เป็นที่รับเสื้อผ้าจากตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว สำหรับสินค้าที่เจ้าหน้าที่ยึดไป เป็นของที่ค้างเก่ามาจากตอนส่งขายที่ตลาดโรงเกลือ รับราคาเหมาตัวละ20บาท ไปจำหน่ายต่อให้กับพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัด ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้กำไรตัวละ 2 - 3 บาท โดยไม่รู้ว่าสินค้านั้นละเมิดลิขสิทธิ์ ส่วนเรื่องไม่ได้เสียภาษีสินค้านั้น ตนมีใบเอกสารเสียภาษี แต่เป็นชื่อของคนอื่น เนื่องจากเป็นสินค้าที่รับซื้อมาจากประเทศกัมพูชา

ด้าน นายเอกภพ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะนำของกลางที่ยึดได้ไปไว้ที่กรมศุลกากร เพื่อให้เจ้าของลิขสิทธิ์มาตรวจสอบ เบื้องต้น ได้แจ้งข้อหาชายสัญชาติกัมพูชา นำหรือพบของที่ยังไม่ได้เสียภาษี หรือ ของต้องกำกัดหรือของต้องห้าม หรือยังที่ไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องนำเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นความผิดตามมาตรา27ทวิ แห่งพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.