ตร.สอบ"ยูซูฟู"สารภาพนำกระเป๋าสีดำ ส่งชายเสื้อเหลืองที่หัวลำโพง รับรู้จักชายเสื้อฟ้าหย่อนระเบิดท่าเรือสาทร เผยอิซานออกจากไทยไปบังคลาเทศ
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู อายุ 26 ปีผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะกำลังหลบหนีออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งให้คณะพนักงานสอบสวน บช.น. ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย ป.วิอาญาต่อโดยทางพนักสอบสวน บก.น.3 ได้ทำการสอบปากคำ และแจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ครองครองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้เวลาสอบปากคำเป็นเวลา 14 ชั่วโมง เบื้องต้นนายยูซูฟู ให้การเป็นประโยชน์
โดยยอมรับว่า อยู่ร่วมขบวนการก่อเหตุดังกล่าวจริง พักอาศัยอยู่ที่หอพักมูไมณา การ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 ในวันเกิดเหตุไปที่พูลอนันต์อพาร์ตเม้น เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 ย่านหนองจอก จากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่เพียงคนเดียวนำของ ซึ่งเป็นกระเป๋าสะพายสีดำ แต่ยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นว่าในการประกอบระเบิดและยืนยันว่า ไม่ทราบว่าของในกระเป๋านั้นเป็นระเบิดที่นำมาใช้ก่อเหตุหรือไม่ ก่อนนำมาส่งให้กับชายสวมเสื้อเหลืองที่มารู้จักกันที่ประเทศไทย ช่วงก่อนเกิดเหตุที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง
จากนั้นได้เดินทางไปบริเวณสกายวอล์กหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อถ่ายรูปหลังเหตุระเบิดด้วยกล้องถ่ายรูป แต่ไม่ได้เป็นผู้กดชนวนระเบิดดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุบริเวณแยกราชประสงค์ ก็เดินทางออกจากบริเวณดังกล่าวทันที
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการสอบปากคำนายไมไรลี ยูซูฟู ยืนยันว่า รู้จักกับชายสวมใส่เสื้อสีฟ้าที่ก่อเหตุหย่อนระเบิดลงแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือสาทรด้วย เพราะอยู่ร่วมกันที่ห้องพักดังกล่าว โดยมีนายอิซาน อายุ 28 ปี เป็นผู้นำทุกคนมารวมกันและวางแผนแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคนทำงาน แต่ก่อนเกิดเหตุในวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาเพียง 1 วัน นายอิซาน ได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ทั้งนี้ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามข้อมูลว่านายอีซานเดินทางออกไปยังประเทศใด ส่วนหมายจับผู้ต้องหา 2 รายที่อยู่ร่วมห้องพักพื้นที่บก.น.3 นั้น ยังอยู่ะหว่างการขออนุมัติหมายจับตามภาพต่อไป
เบื้องต้นทางคณะพนักงานสอบสวนจะเรียกประชุมเพื่อสรุปรวมสำนวนที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุดหลัก ได้แก่ บริเวณพื้นที่สน.มีนบุรี และสน.หนองจอก กรณีสำนวนคดีจับผู้ต้องหาพร้อมวัตถุพยานประกอบระเบิด บริเวณพื้นที่สน.ลุมพินี กรณีสำนวนคดีเหตุระเบิดพื้นที่ศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบริเวณพื้นที่สน.ยานนาวา สำนวนคดีเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร
เนื่องจากผู้ต้องหาที่จับกุมได้ให้การเป็นประโยชน์และเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ภายหลังจากนำตัวผู้ต้องหาทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพแล้ว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน จะนำเรื่องดังกล่าวพิจารณาต่อไป
ผลสอบ"ยูซูฟู"เผยอิซานออกจากไทยไปบังคลาเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการนำตัว นายไมไรลิ ยูซูฟู ส่งให้กับพนักงานสอบสวนหน่วยงานด้านความมั่นคงได้สอบถามข้อมูลทราบว่า นายไมไรลี ยูซูฟู ถือพาสปอร์ตเลขที่ E21160222 เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2532 สัญชาติจีน เชื้อชาติอุยกูร์ ศาสนาอิสลาม ที่อยู่ตามพาสปอร์ตระบุคือ มณฑลซินเจียง ประเทศจีน เคยเรียนที่มหาวิทยาลัย Xinjiang Medical university ที่มณฑลซินเจียง ประเทศจีน สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เทคนิคการแพทย์) ใช้เวลาในการศึกษาทั้งสิ้น 6 ปี แต่ไม่จบ เพราะสอบไม่ผ่าน ในปี 2556 ได้เดินทางออกจากซินเจียง ไปยังกวางโจว ประเทศจีน
หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังมาเลเซีย มีประวัติว่าใช้สื่ออินเตอร์เน็ตในการสืบค้นที่เรียนต่อในประเทศตุรกี เคยทำน้ำหอมและสบู่ขายในมณฑลซินเจียง ประเทศจีน และเคยขายโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ย่านรามคำแหงเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน โดยมีบุคคลที่สนิทสนมคือนายอิซาน หรือ นายอาบูดูซาตาร์ อบูดุเราะห์มาน
สำหรับนายอิซาน การตรวจสอบพบว่า มีภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2558 ด้วยเที่ยวบิน BG 0089 ปลายทางบังคลาเทศ
โฆษกตร.เผยยังไม่ออกหมายจับแก๊งบึ้มเพิ่ม
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทรเพิ่มเติมในวันนี้ (8 ก.ย.) แต่มีแนวโน้มจะขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมแน่นอน ขณะเดียวกัน วันนี้จะนำตัวนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเชื่อมโยงเหตุระเบิด ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณพูลอนันต์ อพาร์ทเมนต์ ย่านหนองจอก และไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี ส่วนจุดที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะนำไปทำแผนเมื่อใดที่จะไม่ให้กระทบประชาชนโดยรวม เนื่องจากยังมีเวลาควบคุมตัวภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปฝากขังต่อศาลวันพรุ่งนี้(9 ก.ย.) ก่อนเวลา 15.00 น.
โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า การสอบสวนนายเมียไรลี ให้การเป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า มีการให้การไปถึงตัวผู้บงการหรือไม่ แต่ยืนยันว่า นายเมียไรลี เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในคดี ซึ่งอาจมีการแจ้งข้อหา ทำให้เกิดระเบิดฯ เพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับคนอื่นๆ ยังไม่ยืนยันว่า ออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังตำหนิฝ่ายสืบสวนที่ปล่อยให้มีภาพการสืบสวนนายเมียไรลี หลุดไปถึงสื่อมวลชน ตลอดจนภาพผู้ต้องสงสัยต่างๆ พร้อมระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่จริง ขอให้สื่อระมัดระวังการนำเสนอข่าวด้วย
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธกรณีข่าวการหลบหนีออกนอกประเทศของชายเสื้อเหลืองที่วางระเบิดแยกราชประสงค์ โดยระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามเบาะแสทุกด้าน โดยเฉพาะจากคำให้การของนายเมียไรลี ซึ่งให้การมีประโยชน์จนทำให้ตำรวจรู้ถึงวิธีการ และขบวนการทั้งหมด





