ร่างรัฐธรรมนูญทำสำเร็จตั้งแต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ นักการเมืองจับมือค้านโดยมองว่าจะก่อปัญหาที่ร้ายแรงขึ้นในอนาคต
สิ่งที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำสำเร็จตั้งแต่ยังไม่ได้ประกาศใช้คือ ทำให้บรรดานักการเมืองจับมือปรองดองกัน แต่เป็นการจับมือถล่มและคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยมองว่าจะก่อปัญหาที่ร้ายแรงขึ้นในอนาคต
งานนี้มิใช่ธรรมดาเพราะผู้ที่เคลื่อนไหวแสดงความเห็นนั้น ไม่ใช่นักการเมืองระดับรอง หรือระดับลูกพรรค หากแต่เป็นแกนนำพรรค หัวหน้าพรรค และคู่ขัดแย้งโดยตรง อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็ออกหน้าด้วยตัวเอง หรือแม้แต่ “บรรหาร ศิลปอาชา” ที่แม้จะพยายามไม่ออกความเห็น แต่เมื่อถูกถามเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ออกมาในสมัยเขา ก็ถึงกับบอกว่า “ของผมดีกว่า”
ส่วนประเด็นหลักที่ทำให้นักการเมืองร่วมคัดค้านคือ กรรมการยุทธ์ศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดอง โดยเฉพาะในส่วนที่ทำให้มีอำนาจเหนือรัฐบาลปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิร)ูที่รัฐบาลขัดไม่ได้ หรือในขณะสถานการณ์อำนาจพิเศษที่ดูอย่างไรก็คล้ายการยึดอำนาจกลายๆ
แน่นอนว่าจากนี้พรรคเพื่อไทยน่าที่จะรณรงค์ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นการทำประชามติ ซึ่งมีนัยยะซ้อนไปถึงการแสดงการปฏิเสธอำนาจของ คสช. และความไม่พอใจในการทำรัฐประหาร
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นยังไม่แน่นอนว่าในขั้นประชามติจะเรียกร้องอย่างไร แต่พวกเขาชิงเรียกร้องให้คว่ำร่างนี้ตั้งแต่ชั้นสภาปฏิรูปแห่งชาติโดยให้เห็นผลว่าเพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อความขัดแย้งระหว่างประชาชนในอนาคต
คำถามคือหากฝ่ายการเมืองคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในชั้นประชามติแล้วผลจะเป็นอย่างไร
เรื่องนี้ คสช. ได้คิดทางแก้ปัญหาไว้แล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไข กล่าวคือไม่ว่าจะคว่ำในชั้นไหนก็จะมีการตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ใน 30 วัน และให้ เวลาอีก180 วันในการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากนั้นก็ส่งไปทำประชามติ
ซึ่งหากไม่ผ่านอีก มีความเป็นไปได้สูงว่า คสช. อาจจะประกาศใช้ฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้แทน แต่นี่เป็นเรื่องที่ คสช. จะแก้ไขในอนาคต
กระนั้นก็ตามคำถามคือสิ่งที่ฝ่ายการเมืองต้องการจะเป็นอย่างไร หากดูแล้วเราจะเห็นความเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะ โดยแรกเริ่มจากการเรียกร้องและกดดันให้ทำประชามติ ซึ่งใช้แนวร่วมทุกด้าน ไม่เว้นแม้แต่คนที่อยู่ฝั่งใกล้ชิด คสช. ซึ่งเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญจะชอบธรรมเมื่อผ่านความเห็นประชาชน ซึ่งสุดท้าย คสช. ก็ต้องยอมแก้รัฐธรรมนูญเปิดทางทำประชามติ
หลังจากนี้พวกเขาก็จะรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากคว่ำได้ แม้จะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็จะรณรงค์ให้คว่ำอีกเช่นเดิม และหากคว่ำอีกก็จะกดดันให้ คสช. นำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาใช้ พร้อมทั้งกำหนดให้เมื่อมีรัฐบาลปกติต้องเปิดทางให้มีกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยใช้โมเดลคล้ายตอนทำรัฐธรรมนูญปี 2540
นี่คือจังหวะก้าวของฝ่ายการเมือง ที่นอกจากจะทำให้ไม่ต้องรับรัฐธรรมนูญที่มาจาก คสช. แล้ว ยังเป็นการแสดงความปฏิเสธคณะผู้กุมอำนาจในขณะนี้ด้วยำถามคือ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะยอมให้มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะการรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนมาตอบโจทย์ คสช. ชัดขนาดนี้ เพราะเขาได้พูดชัดแล้วว่า “นักการเมืองไม่เกี่ยว”





