วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยธ.ตัดวงจรยาเสพติด มอบมท.ดูแลกลุ่มเยาวชนนอกสถานศึกษา

"พล.อ.ไพบูลย์"วางมาตรการตัดวงจรยาเสพติด มอบมท.ดูแลกลุ่มเยาวชนนอกสถานศึกษา แรงงานนอกระบบ ดึงป.ป.ส.บูรณาการงบจากพม.ให้มหาดไทย

สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) - พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่าง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน เพื่อกำหนดมาตรการบูรณาการปฏิบัติในกลุ่มเยาวชนนอกสถานศึกษาและกลุ่มแรงงานให้มีประสิทธิภาพครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย

โดยพล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะเร่งปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมและลดปริมาณผู้ติดยา จึงเห็นความจำเป็นต้องตัดวงจร สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดในกลุ่มที่มีความเสี่ยง 2 กลุ่มหลักคือ เยาวชนนอกสถานศึกษาที่มีประมาณ 3.5 ล้านคน และลูกจ้างแรงงานอีกประมาณ 8 ล้านคนทั่วประเทศ โดยเน้นเชื่อมโยงกระบวนการทำงานของหน่วยเดิมให้มีความชัดเจนขึ้น มี 3 โครงการหลัก คือ โครงการพัฒนาและส่งเสริมศูนย์เยาวชนในระดับพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยร่วมกันฟื้นฟูเยาวชนในระดับพื้นที่ เป้าหมายเยาวชนนอกสถานศึกษาในหมู่บ้านชุมชน 81,919 แห่ง อปท. 7,853 แห่ง ซึ่งป.ป.ส.จะเข้าไปบูรณาการงบประมาณของพม.ในเรื่องยาเสพติดไปให้กระทรวงมหาดไทย เนื่องจากพม.ไม่มีหน่วยงานในระดับตำบลและหมู่บ้าน

สำหรับโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในกลุ่มแรงงาน กระทรวงแรงงานจะเข้าไปเสริมศักยภาพอาสาสมัครแรงงานช่วยเผยแพร่สร้างภูมิคุ้มกัน เป้าหมายแรงงานนอกระบบสถานประกอบการ เช่น แรงงานเกษตรกรรม รับจ้างอิสระ ค้าขาย กิจการอิสระ กว่า 28 ล้านคน แรงงานในสถานประกอบการกว่า 8 ล้านคน และโครงการส่งเสริมการจัดทำมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รวม 351,961 แห่ง โดยกระทรวงแรงงานและป.ป.ส.จะระดมความร่วมมือจากผู้ประกอบการระดับลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป เชื่อมโยงทำงานเป็นเครือข่ายระหว่างสถานประกอบการให้เกิดความเข้มแข็ง 

รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า จากรายงานสถานการณ์ยาเสพติดในประเทศเชื่อว่าปีนี้สถานการณ์ยาเสพติดลักลอบเข้าประเทศลดลง โดยหน่วยงานข่าวจากสหรัฐอเมริกายกตัวอย่างในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่มีเข้ามาไม่มากนัก จึงคาดว่าสถานการณ์ดีขึ้น ทั้งนี้ จากข้อมูลผู้เข้ารับการบำบัดระหว่างปี 2551-2556 พบกลุ่มอายุ 15-19 ปี เข้ารับการบำบัดมากสุด เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยเฉพาะเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษาเสี่ยงยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมากถึง 5 เท่า มีจุดเสี่ยงมากที่สุดคือ ร้านเกม ที่สาธารณะ กลุ่มซิ่งรถ รองลงมาคือกลุ่มอายุ 21-25 ปี ที่เป็นช่วงเริ่มต้นวัยทำงาน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากวัฒนธรรมเบี่ยงเบน สื่อออนไลน์ ค่านิยมสังคม