วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯปลื้มตัวเลขจัดอันดับแก้คอรัปชั่นของปท.ดีขึ้นในรอบ 6 ปี

"ประยุทธ์"เผยตัวเลขจัดอันดับแก้คอรัปชั่นของปท.ดีขึ้นในรอบ 6 ปี ชี้ช่วยรัฐบาลป้องกันเงินที่ต้องสูญเสียได้เกือบ 2 แสนล้าน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” สำหรับนโยบายที่รัฐบาลนี้ และ คสช. ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริต-คอร์รัปชั่น ซึ่งมีผลการดำเนินงานจนถึงปัจจุบันเป็นที่น่าพึงพอใจในระยะแรก จากผลการสำรวจ ดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทย (Corruption Situation Index : CSI) ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สะท้อนว่าการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศ มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น และดีที่สุดในรอบ 6 ปี สามารถช่วยให้รัฐบาลลดการสูญเสียเงินไปกับการคอร์รัปชั่น ได้เกือบ 2 แสนล้านบาท เม็ดเงินงบประมาณในโครงการต่างๆ ถึงมือประชาชนโดยตรงโดยไม่ผ่านขบวนการคอร์รัปชั่น สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย มีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่ามากที่สุด แต่ทั้งนี้ก็ยังมีพูดให้ร้ายข้าราชการ, รัฐมนตรี, รัฐบาล ในสิ่งที่อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพราะรัฐบาลนี้ไม่เปิดโอกาสให้มีการสมยอมเกิดขึ้น ไม่มีการช่วยเหลือเป็นพิเศษใดๆ กับทุกโครงการ หากยังมีเล็ดลอดไปได้อยู่ ขอให้แจ้งเบาะแสเพื่อจะได้ตรวจสอบโดยทันที

ที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยได้ปล่อยปละละเลยกับปัญหานี้มานาน ประชาชนเคยชินกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่มีการปรับปรุงกฎ ระเบียบให้รัดกุม ไม่มีกลไกในการการกำกับดูแลกิจการ, การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ปล่อยให้มีการให้สินบน สินน้ำใจ ของกำนัล รางวัลต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ในภายหลัง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมานานแล้วครับ ก็เป็นปัญหาที่ทำลายชาติ ทำร้ายประชาชน ทำให้ประเทศไม่สามารถพัฒนาได้เท่าที่ควร ผลการสำรวจนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการทำงาน และเป็นข้อมูลให้แก่รัฐบาลในการดำเนินนโยบายที่ชัดเจนในการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ในทุกระดับ ให้เป็นรูปธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อต้านการคอร์รัปชั่นต่อไป เพื่อกำจัด “สนิมเนื้อใน” ที่กัดกินประเทศ ในช่วงนับ 10 ปีที่ผ่านมาให้ได้ โดยหวังว่าพี่น้องประชาชนคนไทย จะให้กำลังใจ และร่วมแรงร่วมใจกัน กำจัดการคอร์รัปชั่นให้หมดสิ้นไป จากสังคมไทยของเรา 

นอกจากนี้ รัฐบาลนี้ยังให้ความสำคัญกับการวางรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยจะไม่แก้ปัญหาในลักษณะที่ไม่สร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ ทิ้งมรดกหนี้ไว้เป็นภาระกับรุ่นหลังต่อไปนะครับ สำหรับความคืบหน้าการลงทุนเพื่ออนาคตที่สำคัญได้แก่โครงการเกี่วกับเรื่อง “โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางรถไฟ” อาทิ โครงการรถไฟความเร็วปานกลางไทย-จีน 160 – 180 กม./ชม. ระยะทาง 873 กม. ที่แบ่งการก่อสร้างเป็น 4 ช่วง คือ กรุงเทพฯ–แก่งคอย 133 กม., แก่งคอย–มาบตาพุด 246.5 กม., แก่งคอย–นครราชสีมา 138.5 กม. และนครราชสีมา–หนองคาย 355 กม. จะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีครึ่ง โดยจะเริ่มก่อสร้างช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ–แก่งคอย และช่วงที่ 3 แก่งคอย–นครราชสีมา ก่อน นะครับ ภายในเดือนธันวาคม 2558 นี้